ภาพฝนดาวตกเจมินิดส์ที่อินทนนท์ ตระการตาจริงๆ

โพสต์ รูปและวีดีโอ
fwdder ข่าว / กีฬา / การเมือง ภาพฝนดาวตกเจมินิดส์ที่อินทนนท์ ตระการตาจริงๆ
ภาพฝนดาวตกเจมินิดส์ที่อินทนนท์ ตระการตาจริงๆ

ภาพฝนดาวตกเจมินิดส์ที่อินทนนท์


ภาพฝนดาวตกเจมินิดส์ที่อินทนนท์ ตระการตาจริงๆ

ฝนดาวตกเจมินิดส์


ภาพฝนดาวตกเจมินิดส์ที่อินทนนท์ ตระการตาจริงๆ

ภาพฝนดาวตกเจมินิดส์ที่อินทนนท์


ภาพฝนดาวตกเจมินิดส์ที่อินทนนท์ ตระการตาจริงๆ

ฝนดาวตกเจมินิดส์


ภาพฝนดาวตกเจมินิดส์ที่อินทนนท์ ตระการตาจริงๆ

ฝนดาวตกเจมินิดส์ Cr.Jojoboy


ภาพฝนดาวตกเจมินิดส์ที่อินทนนท์ ตระการตาจริงๆ

ฝนดาวตกเจมินิดส์ Cr.Jojoboy


เกินคาด!!! ฝนดาวตกเจมินิดส์ที่อินทนนท์ปีนี้ ตกมาทั้งคืนเฉลี่ย 300 ดวงต่อชั่วโมง

โดยทางผู้โพสต์ได้กล่าวว่า
"
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ นำทัพประชาชนกว่าสี่ร้อยคน เฝ้าชมฝนดาวตกเจมินิดส์ ณ จุดสูงสุดแดนสยาม ยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ผิดหวัง มาเยอะเกินคาด ตกทั้งคืนมากกว่าพันดวง สวยงามประทับใจท่ามกลางความหนาวเย็นประมาณ 5 องศา

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่ที่ยอดดอยอินทนนท์ในคืนนี้ เริ่มเห็นตั้งแต่เวลาประมาณสามทุ่ม เห็นเป็นริ้วสีขาวพาดผ่านท้องฟ้า เห็นด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน และเริ่มเห็นถี่ขึ้นจนถึงเวลาเที่ยงคืนนับดาวตกได้มากกว่า 500 ดวง หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไปอัตราเฉลี่ย 300 ดวงต่อชั่วโมง ฝนดาวตกเจมินิดส์จะมีจุดเด่นคือมีความเร็วของดาวตกไม่มากนัก จึงสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย สามารถชี้ชวนเพื่อนข้างๆ ให้ชมดาวตกได้อย่างทันท่วงที ในจำนวนนี้ยังมีลูกไฟสว่างให้เห็นหลายดวงอีกด้วย ตลอดช่วงที่ดาวตกปรากฏให้เห็นก็จะมีเสียงฮือฮา โห่ร้องพร้อมเสียงเรียกชี้ชวนกันดูเป็นระยะๆ ทำให้บรรยากาศการเฝ้ารอชมฝนดาวตกเจมินิดส์ในครั้งนี้เต็มไปด้วยความคึกคัก สนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง เก็บความประทับใจกลับบ้านกันไปทุกคน ไม่ผิดหวังที่คาดการณ์ว่าปีนี้จะเป็นปีทองของฝนดาวตกเจมินิดส์ นอกจากจะเป็นคืนเดือนมืดแล้วยังมีอัตราการตกต่อชั่วโมงจำนวนมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในความประทับใจจากฟากฟ้าส่งท้ายปี 2558 อีกด้วย

นางสาวประณิตา เสพปันคำ เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร. เล่าให้ฟังถึงวิธีการนับจำนวนฝนดาวตกเจมินิดส์ในคืนนี้ว่า เราใช้วิธีนับเป็นกลุ่ม ให้คน 4 คน นั่งหันหลังชนกันเป็น 4 ทิศ ทำให้สามารถมองเห็นดาวตกที่มาจากทุกทิศทางได้อย่างแม่นยำ ในคืนนี้ปริมาณดาวตกค่อนข้างมาก ตั้งแต่สี่ทุ่มถึงเที่ยงคืนนับได้มากกว่า 500 ดวง ในจำนวนนี้มีลูกไฟสว่างขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากประมาณ 1 ใน 4 ของทั้งหมด ส่วนใหญ่จะเห็นทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก แม้อากาศจะหนาวเย็นประมาณ 5 องศา แต่ประชาชนก็ยังนอนรอชม รอบันทึกภาพกันอย่างไม่ลดละสำหรับประชาชนที่เข้าร่วมชมฝนดาวตกที่ดอยอินทนนท์ในครั้งนี้ มาจากจังหวัดเชียงใหม่ และใกล้เคียง รวมถึงบางคนเดินทางมาจากจังหวัดขอนแก่น และภูเก็ต

นายฉัตรชัย อนันต์ภัทรชัย อายุ 34 ปี จากจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ทราบข่าวจากใน Facebook จึงตั้งใจขึ้นมาดูดาวที่ดอยอินทนนท์ ประทับใจกับการจัดงานและชมฝนดาวตกมาก สนุกสนาน และได้ความรู้ มีเจ้าหน้าที่อธิบายอยู่ประจำกล้องโทรทรรศน์แต่ละตัว บรรยากาศดี ได้ประสบการณ์ใหม่ และได้มิตรภาพดีๆ จากนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆด้วย

ด้านนายนคเรศ ชนะดวงดี จากจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าเป็นสมาชิกแฟนเพจและติดตามกิจกรรมของสถาบันฯ มาโดยตลอด พอทราบข่าวก็ชวนเพื่อนๆมาดู ปีนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ชอบมาก ครั้งนี้ได้มาดูฝนดาวตกอย่างใกล้ชิด เห็น fireball ลูกใหญ่หลายลูก ตื่นเต้นกันมาก ถือเป็นการพักผ่อนได้ดี ทราบว่าบรรยากาศหนาวจึงเตรียมตัวมาอย่างดี และสถาบันฯให้การต้อนรับอบอุ่นมาก มีกิจกรรมให้ทำ อยากชวนเพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยมา ต้องลองสัมผัสซักครั้ง นอกจากจะตื่นเต้นแล้ว ยังได้รับความรู้มากมายอีกด้วย

ส่วนบรรยากาศที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทราและนครราชสีมา มีประชาชนสนใจร่วมกิจกรรมฝนดาวตกเจมินิดส์กันอย่างล้นหลาม มากกว่าพันคน เริ่มสังเกตเห็นดาวตกตั้งแต่เวลาประมาณสามทุ่มเช่นกัน ประมาณ 100 ดวงต่อชั่วโมง ส่วนในจังหวัดอื่นๆ ได้รับแจ้งจากสมาชิกแฟนเพจของสถาบันฯ ว่า เห็นดาวตกในหลายพื้นที่ของประเทศ เช่น พิษณุโลก บุรีรัมย์ กรุงเทพฯ ชลบุรี กาญจนบุรี อุดรธานี ขอนแก่น สุรินทร์ ศรีสะเกษ กระบี่ เป็นต้น แต่ปริมาณไม่มากนัก
ฝนดาวตกเจมินิดส์ เกิดจากสายธารเศษฝุ่น ของแข็ง และน้ำแข็งจำนวนมาก ที่ยังหลงเหลืออยู่ในวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย 3200 เฟธอน (3200Phaeton) ตัดผ่านวงโคจรของโลก ทำให้เศษฝุ่นของดาวเคราะห์น้อยเหล่านั้นเสียดสีกับชั้นบรรยากาศของโลก เกิดการเผาไหม้จนเห็นเป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า โดยจะปรากฏในช่วงระหว่างวันที่ 4-17 ธันวาคม ของทุกปี"

Credit by : FB @สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page

แสดงความคิดเห็นบน facebook
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
Back to Top