มิง-กะ-ลา-บา ลุยเที่ยวใน 8 วัน สัมผัสสถาปัตยกรรมและศรัทธา ประเทศ พม่า อย่างเต็มอิ่ม ภาค 2

โพสต์ รูปและวีดีโอ
fwdder ท่องเที่ยว / ธรรมชาติ มิง-กะ-ลา-บา ลุยเที่ยวใน 8 วัน สัมผัสสถาปัตยกรรมและศรัทธา ประเทศ พม่า อย่างเต็มอิ่ม ภาค 2

ต่อจากภาคแรก 

http://www.fwdder.com/topic/756439

 

(( ระฆังมิงกุน ))
ที่พระเจ้าปดุงโปรดฯให้สร้างจนสำเร็จ เพื่ออุทิศถวายคู่เจดีย์มิงกุน ที่ควรมีขนาดคู่ควรกัน
ระฆังมิงกุนมีเส้นรอบวงถึง 10 เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก 87 ตัน 
เล่าต่อกันมาว่า พระเจ้าปดุงไม่ทรงต้องการให้มีใครสร้างระฆังเลียนแบบ แบบนี้อีก 
ทรงรับสั่งให้ประหารนายช่างทันทีที่สร้างเสร็จ






คนพม่าเอง ก็มาเที่ยวกันเยอะ 
มาถ่ายรูปคู่ และลองเคาะกัน 
ระฆังยังคงส่งเสียง ใช้การได้ดี





{ อังวะ ราชธานีเก่าแก่ }

จากมิงกุน นั่งรถอีกประมาณ 30 นาที เพื่อมายัง ท่าเรือที่จะไปอังวะ

อังวะ เป็นอีกหนึ่งเมืองหลวงในประวัติศาสตร์พม่า
ที่ตั้งอยู่ ริมฝั่งแม่น้ำอิรวดี

การเดินทางไปยังอังวะ ใช้การสัญจรโดยเรือข้ามฟาก
จ่ายค่าเรือข้ามฟากกันไปคนละ 1000 จั๊ต เป็นราคา ไป-กลับ






เมื่อมาถึงยังท่าเรืออังวะ จะมีคิวรถม้า รอกันเป็นแถว
เพราะการสัญจรเที่ยวแต่ละจุดของที่นี่ ใช้การนั่งรถม้าเที่ยว
หากคิดจะเดินเที่ยวเองคงใช้เวลาทั้งวัน 
เพราะแต่ละจุดกว้างห่างกัน ไม่ใช่เล่น

ราคารถม้าต่อคนอยู่ที่ 10,000 จั๊ตต่อ 2 คนต่อรถม้า 1 คัน






รถม้าจะพาไป 4 จุดหลักของเมืองอังวะ เลยคือ
1. Yadana Sinme Pagoda
2. Bagaya monastery
3. Palace Tower
4. Maha Aung Mye Bonzan Monastery






เจดีย์ยาดานาซีเม (Yadana Sinme)
เป็นวัดร้าง และมีเจดีย์ตั้งอยู่รวมกันเป็นหมู่ รายละเอียดสำหรับที่นี่
ไม่ค่อยมีบอกไว้มากนัก 
มีองค์พระประธาน ประดิษฐานอยู่ ท่ากลาง
ซากโบสถ์ผุพังไร้หลังคา








หอคอยกรุงอังวะ สูงถึง 90 ฟุต เคยทำหน้าที่เป็น หอคอยระวังภัย มาก่อน
มีลักษณะเอียงเล็กน้อย อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ธรรมชาติแผ่นดินไหว
ทำให้ หอคอยอังวะ ถูกเรียกอีกชื่อหนี่งว่า  “หอเอนเมืองอังวะ” 
ซึ่งปัจจุบัน ปิดไม่ให้ขึ้นไปด้านบนแล้ว
ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย






แดดมาเป็นกำลังใจ ในการเดินทางกันพร้อมหน้า
การที่นั่งรถม้า และได้ดื่มโค้ก ไปพร้อมกันในเวลานี้ 

ให้ความรู้สึกฟิน ไม่ต่างจากการ จิบกาแฟยามเช้า
บนภูเขา เหนือวิวทะเลหมอก






วัดมหาอังมะเยบองซัง (Maha Aung Mye Bonzan)
เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมใหญ่โต สร้างจากอิฐและปูน 
แต่คงลวดลายราวกับการแกะสลัก
ที่เต็มไปด้วยลวดลาย และโค้งเว้า










{ อูเป่ง  สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก}

ผมมาถึง ตรง สะพานไม้อูเป่ง (U Bien’s Bridge)
ตอนที่แสงเริ่มอ่อนลงเรื่อย ๆ

สะพานอูเป่ง ทอดตัวยาวเหนือทะเลสาบ ต่าวทะมาน (Taung Thaman)
เป็นสะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก สร้างจากไม้สัก
ที่รื้อมาจากพระราชวัง กรุงอังวะ





สะพานอูเป่ง ยังคงเป็นสะพานไม้ที่ชาวบ้าน
ใช้สัญจรในการดำรงชีพปกติ

ในระหว่างที่ผมกำลังเดินเล่นอยู่บนสะพาน
ก็ผ่านกลุ่มเด็กวัย 14-15 นัดกันมาโดดน้ำตรงใต้สะพานเล่น

เดินสวนกับกลุ่ม สาว ๆ
ที่เดินสวนกันแล้วทักทายว่า

“ อ้าว ! จะไปไหนกัน ทำการบ้านกันรึยัง
นี่ว่าจะไปหาอะไรกินสักหน่อย “ 

ผมฟังภาษาพม่า ไม่ออกหรอกครับ
เป็นการเดาจาก ลีล่าท่าทางของการทักทาย
ที่ดูสนิทสนมในแบบเด็กประถมต้น



ใกล้ ๆ สะพานอูเป่ง จะมี ซากต้นไม้ อยู่ 1 ต้น
ที่ตั้งอยู่สง่า เป็นพร๊อพประกอบฉาก
ทางธรรมชาติที่สวยงามมาก

ซ้ำยังมีนก มาเกาะอยู่เต็มต้น ยิ่งดูแล้วเพลินตา







ภาพ Sunset ณ  สะพานไม้อูเป่ง (U Bien’s Bridge)
เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญ ที่ผมอยากแนะนำมาสัมผัส
ความสวยงาม ทางธรรมชาติ อย่างมีเอกลักษณ์

อารมณ์และความรู้สึก  ที่ได้รับจาก Sunset 
ณ อูเป่ง ประกอบด้วย ลมพัดเย็น
แสงสีทอง ที่ค่อย ๆ ปรับโทนเย็นลง
อย่างช้า ๆ จนมืดดับ 

แสงระยิบระยับจากผิวน้ำ ทอแสง
ประกายเป็นแผ่นทองแผ่นใหญ่ 
แม้แสงจะลับดับมืดแล้ว
ยังรู้สึก อิ่มบรรยากาศอยู่ในใจ




 



{ ออกเดินทางไป พุกาม }

คนขับ U AUNG SOE พามาส่งที่ท่ารถ
ก่อนเวลา ประมาณทุ่มครึ่ง 

ด้วยการบริการ ที่สุภาพ เปิดประตูให้ผมตอนขึ้นรถ
ตลอดเลย และใจเย็นในการให้บริการ
แนะนำและอธิบาย เพิ่มเติม ในสถานที่สำคัญ ๆ
ผมให้ทิป บวกเพิ่มจากค่าเหมารถไปอีก 10,000 จั๊ต





รถออกเดินทางจากท่ารถ Shwe Man Thu เวลา 3 ทุ่มครี่ง
ไปถึง พุกาม(Bagan) เวลาประมาณ ตี 3
ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง

สภาพรถถือว่าดี ประมาณ รถปรับอากาศชั้น 1 ของไทย
แอร์เย็น มีผ้าห่มให้
แต่กลิ่นบนรถอบอวนด้วยกลิ่นน้ำหมากนิดหน่อย
ผมใส่ Mask ปิดจมูกนอน รู้สึกดีขึ้น


แล้วเจอกันอีกครั้งใน
ตอนหน้า กับ ตอนที่มีชื่อว่า

“ย้อนอดีตในกาลเวลาปัจจุบัน ที่ดินแดนแห่งมนต์ขลัง  อาณาจักรพุกาม ”











ขอบคุณ เพื่อนร่วมทริปที่ไปสร้างประสบการณ์การเดินทาง ที่ทั้ง ฮา ประทับใจ ด้วยกันครั้งนี้
ขอบคุณ ทุกท่านที่เข้ามาอ่านและทักทายกัน
ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็นบน facebook
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
Back to Top