เคล็ดลับการสอบ TOEIC ให้ได้คะแนน 925!! แบบไม่ต้องอ่านหนังสือเลย

โพสต์ รูปและวีดีโอ
fwdder เทคนิค / เคล็ดลับ / แต่งหน้า เคล็ดลับการสอบ TOEIC ให้ได้คะแนน 925!! แบบไม่ต้องอ่านหนังสือเลย
เคล็ดลับการสอบ TOEIC ให้ได้คะแนน 925!! แบบไม่ต้องอ่านหนังสือเลย

 

 

ทุกวันนี้ถือได้ว่าภาษาอังกฤษมีความสำคัญ อย่างยิ่งต่อการทำงาน เนื่องจากข้อมูลข่าวสาร สิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว ล้วนแล้วแต่วิวัฒน์ และพัฒนา อธิบายด้วยภาษาอังกฤษทั้งนั้น ดังนั้นผู้ ที่มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ย่อมได้เปรียบกว่าผู้ที่พูดเพียงแค่ภาษาไทย และจะเห็นได้ว่า ในบริษัทบางแห่งได้กำหนดคะแนนวัดความรู้ด้านการฟัง และพูดภาษาอังกฤษอย่าง TOEIC เอาไว้ด้วย เพื่อที่จะได้สร้างความแน่ใจว่า ผู้สมัครนั้น มีความรู้และมีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างเพียงพอ

 

 

แต่ทว่า การสอบ TOEIC ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่แวดล้อมอยู่ในสังคมที่ไม่พูดภาษาอังกฤษ ทำให้การฟัง การพูด ไม่พัฒนาเท่าที่ควร และบางคนอาจจะต้องสอบ TOEIC ซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อให้ได้คะแนนถึงเกณฑ์การสมัครงาน หรือบางคนก็ไปสมัครเข้าเรียนกับติวเตอร์หรือสถาบันต่างๆ เพื่อเก็บเกี่ยวเคล็ดลับในการสอบ TOEIC ให้ได้คะแนนดี ซึ่งล่าสุด (20 มกราคม 2558) คุณ อาร์มอาร์มอาร์ม สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้มาแนะนำเคล็ดลับง่ายๆ สำหรับผู้ที่ต้องการสอบ TOEIC ให้ได้ 925 จากคะแนนเต็ม 1,000 ว่าทำอย่างไร และที่สำคัญไม่ต้องอ่านหนังสือไปสักเล่ม !!

เคล็ดลับการสอบ TOEIC ให้ได้ 925 คะแนน

แบบที่ไม่ต้องอ่านหนังสือไปสักเล่ม !! ฝึกให้เข้าใจ และนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

1. การเล่นเกม

คุณเจ้าของกระทู้ เคยติดเกมเนื้อเรื่องอย่าง Warcraft 3 และพบว่าตัวเองเล่นไม่ผ่าน เพราะไม่รู้ว่าตัวละครพูดว่าอะไร จากนั้น เขาจึงไปหยิบดิกชันนารีขึ้นมาเปิดหาคำศัพท์ทีละคำๆ จนกว่าจะเข้าใจ และรู้สึกว่าประโยคนั้นฟังเข้าใจแล้ว ซึ่งวิธีการนี้ จะทำให้เราได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และเมื่อเจอคำศัพท์นี้ ประโยคนี้อีกครั้ง เราก็จะพอเดาได้ว่า ตัวละครพูดว่าอะไร

2. การจดจำคำที่มีรากศัพท์ใกล้เคียงกัน

เมื่อเรารู้คำศัพท์มากขึ้นแล้ว หากเราพบกับคำศัพท์ที่ใกล้เคียงกับคำเดิม เราก็จะเริ่มเดาได้แล้วว่าคำนั้นแปลว่าอะไร เช่น

Note - สังเกต
Notice - สังเกตเห็น
Notify - ทำให้สังเกต (แจ้งเตือน)
Notification - การทำให้สังเกต (การแจ้งเตือน)

หรือจะเป็นคำที่มีความหมายแตกต่างกัน แต่เขียนคล้ายๆกัน เช่น


Separable - แยกกันได้
Inseparable - แยกกันไม่ได้

อย่างไรก็ตาม คำศัพท์บางคำ อาจจะไม่ได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์เสมอไป เช่นคำว่า Genius ที่แปลว่า อัจฉริยะ และคำว่า Ingenious ก็แปลว่า อัจฉริยะ เช่นกัน

3. การดูภาพยนตร์ซาวด์แทร็ก (Soundtrack)

การดูหนังแบบ Soundtrack ที่ตัวละครพูดภาษาอังกฤษนั้น นอกจากที่ผู้ดูจะได้อารมณ์สนุกแล้ว เรายังได้เรียนรู้ว่า คนต่างชาติพูดอะไร พูดกันอย่างไร คำบางคำเป็นศัพท์สแลง ซึ่งไม่มีในบทเรียน ผู้ฟังก็จะสามารถศึกษาได้เพิ่มเติมด้วย โดยที่ในตอนแรก หากยังไม่เข้าใจ ก็ให้เปิดซับไตเติลภาษาไทยขึ้นมาก่อน จากนั้นก็ซับไตเติลภาษาอังกฤษ เมื่อมาถึงจุดหนึ่งก็ให้ปิดซับไตเติล โดยไม่ต้องกลัวว่าจะดูไม่รู้เรื่อง เพราะหากปิดซับไตเติลแล้วฟังออกครึ่งหนึ่ง ก็จะถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว และถ้าหากเข้าใจประมาณ 70% ก็จะถือว่าพร้อมแล้วสำหรับการสอบฟัง เพราะการดูหนัง จะช่วยในเรื่องการจับใจความ การอ่านความหมายที่ซ่อนเร้น ซึ่งส่วนนี้มักจะมีการทดสอบใน TOEIC เป็นประจำ

ทั้งนี้ หากเราเรียนรู้คำศัพท์ได้แล้ว เราก็เหมือนกับเข้าใจภาษาอังกฤษกว่า 70% และพร้อมสำหรับการสื่อสาร ส่วน เรื่องแกรมม่า (Grammar) และการจับคำผิด (Error) ก็จะพอให้จับคำผิดได้ ซึ่งการทำแบบนี้ ต้องใช้เวลา และคิดว่ามันเป็นชีวิตประจำวัน จะได้ไม่รู้สึกเหนื่อย ฝึกท่องศัพท์ เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ วันละอย่างน้อย 10 คำ ก็จะได้แล้ว...พยายามเข้าจ้าทุกคน ^_^

นอกจากนี้ เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่ง คือหลายคนเวลาไปสอบ TOEIC แล้วสอบฟังไม่ค่อยทัน แล้วชอบกลับไปคิด อย่าทำอย่างงั้นเด็ดขาดนะ เพราะจะมีการพูดแค่รอบเดียวเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องกลับไม่คิด ตั้งสติ หากตอบแล้วก็ตอบเลย เพราะถ้าหากกลับไปคิดอาจจะทำข้อสอบไม่ทันได้นะ

emotionemotion

 

Cr. yenta4.com

 

แสดงความคิดเห็นบน facebook
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
Back to Top