Forget password
โฆษณา

รถพลังลม TATA motors

 

รถพลังลม-วิ่งได้ไร้มลพิษ!!!!!



ปี 52 เตรียมถอยรถยนต์พลังลม (The Air Car) มาใช้ได้แล้วครับ


 


ตอนนี้ผมไม่คิดอะไรมากครับ เพียงแต่จะหาวิธีการใดมาลดค่าใช้จ่ายค่าน้ำมัน ส่วนการเพิ่มรายได้นั้นก็คงต้องปวดหัวกันอีกหลายยก

เอาละครับ วิธีเดินทางด้วยพลังงานสะอาด และประหยัดมีหลายวิธีการ ทั้งเดิน และปั่นจักรยาน กระทั่งการพยายามประดิษฐ์เครื่องยนต์พลังลมอัด แต่ที่ประสบความสำเร็จจนถึงการนำไปใช้เชิงพาณิชย์แล้วก็คือคุณ Guy Negre ชาวฝรั่งเศส ซึ่งใช้เวลาในการวิจัยพัฒนาประมาณ 14 ปี ผลผลิตจะอยู่ในรูปของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์พลังลมอัดเพียงอย่างเดียวหรือใช้ร่วมกับเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รถชนิดนี้ใช้ได้ดีในเมืองเพราะไม่มีมลพิษกรณีใช้ลมอัด หรือมีมลพิษน้อยลงกรณีใช้ร่วมกับเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน


เสียงเครื่องยนต์จะเบามาก ขณะรถติดจะไม่มีการใช้พลังงานเลย องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดความสำเร็จอยู่ที่การออกแบบกระบอกสูบ-ลูกสูบให้ทำงานที่ความดัน 2 ระดับให้มีประสิทธิภาพสูง ถังลมมีปริมาตร 90 ลูกบาศก์เมตร เก็บลมอัดที่ความดัน 300 บาร์ (ประมาณ 300 เท่าของบรรยากาศ) ระบบนี้เป็นจริงได้เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีเส้นใยคาร์บอน (Carbon fiber) ที่ทำให้สามารถผลิตถังที่มีความแข็งแรง ปลอดภัยจากการเกิดระเบิด และมีน้ำหนักเบามาก

ระบบควบคุมเป็นอีกปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ รถชนิดนี้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงานเกือบทุกระบบ การควบคุมลมที่ป้อนเข้าสู่เครื่องยนต์ใช้ระบบการกระจายเชิงอิเล็กโตรแมกเนติกส์แบบง่าย มีการติดตั้งมอเตอร์และอัลเทอร์เนเตอร์ (Electric motor-alternator) ขนาด 5 กิโลวัตต์ไว้ที่ล้อช่วยแรง (Flywheel) ขณะเบรกจะมีการผลิตไฟฟ้าไปเก็บไว้ใช้ต่อไป


ในอนาคตหากมีการใช้รถประเภทนี้จำนวนมาก จะมีสถานีเติมลมในลักษณะเดียวกับสถานีเติมก๊าซ LPG หรือ CNG (Compressed natural gas) ที่นิยมเรียก NGV (Natural Gas Vehicle) ในบ้านเรา ในกรณีที่ยังไม่มีสถานีเติมลม มีการติดตั้งระบบอัดลมเข้าถังที่ใช้ไฟฟ้าเป็นตัวขับมาด้วยแล้ว ระยะเวลาในการอัดลมจะประมาณ 5.5 ชั่วโมงเมื่อใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ หรือ 3.5 ชั่วโมงเมื่อใช้ไฟฟ้า 380 โวลต์  หากคิดเป็นกิโลเมตรละประมาณ 50 สตางค์


ล่าสุดบริษัท Tata Motors บริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย ประกาศผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานลมในการขับเคลื่อน โดยจะทยอยนำส่งเข้าสู่โชว์รูมในปี พ.ศ. 2552  รถยนต์พลังลม หรือ AirCar นี้ ใช้การปล่อยอากาศจากระบบบีบอัดอากาศด้วยความดันสูง โดยอากาศที่ปล่อยออกมาจะทำหน้าที่หมุนเพลา ทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ โดยการเติมอากาศ สามารถเติมได้ตามสถานีอัดอากาศด้วยราคาไม่แพง โดยความเร็วสูงสุดที่ทำได้อยู่ที่ประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ประมาณ 200 กิโลเมตรต่อการเติมอากาศหนึ่งครั้ง


MINICAT's
 

 

L

l

h

P

nb
places

CU

Vitesse
km/h

autonomie
en cycle
urbain

autonomie
à 60 km/h

CITYCAT'S

Berline

3,84

1,72

1,75

750

6

500

110

200

240

Taxi

3,84

1,72

1,75

750

4+1

500

110

200

240

Fourg

3,84

1,72

1,75

690

1+1

550

110

200

240

Pick-up

3,9

1,72

1,7

650

2

550

110

200

240

MINICAT'S

Mini

2,65

1,62

1,66

550

3

 

110

150

170





บริษัทผู้ออกแบบรถยนต์พลังลมคันนี้ คือ บริษัท MDI จากประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งให้สิทธิบัตรแก่ TATAในการผลิตรถยนต์พลังลมในประเทศอินเดีย โมเดลแรกของTATA CityCAT ตั้งราคาไว้ประมาณ 400,000 บาท  โดย TATA หวังไว้ว่าจุดเด่นของ CityCAT ที่ไม่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศ และราคาไม่แพง จะทำให้รถพลังลมรุ่นแรกนี้ จะทำยอดขายได้ดีในตลาดอินเดีย และแน่นอนตอนนี้ Tata Motors กำลังรุกตลาดกระบะไทยอย่างหนัก คาดว่าปีหน้าคงนำรถพลังลมมาเปิดตลาดที่เมืองไทยแน่นอน


ผมขอจองล่วงหน้าแล้วครับ...

 







รถยนต์พลังลม หรือ Air Car ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Motor Development International โดยหลักการทำงานพื้นฐานของรถอัดลมดังกล่าวก็คือ ภายในรถจะมีถังไฟเบอร์สามารถอัดลมเข้าไปเก็บไว้ได้ถึง 52 แกลลอน ก่อนที่จะส่งต่อให้กับเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เมื่อเติมลมจนเต็ม (ใช้เวลา 3 นาที) จะสามารถวิ่งได้เป็นระยะทาง 93 ไมล์ หรือประมาณ 150 กิโลเมตรค่ะ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 3.26 เหรียญฯ หรือประมาณ 115 บาท ประหยัดดีจังเลยนะคะ แต่ความเร็วของรถยนต์คันนี้ก็สามารถเร่งได้สูงสุด 40 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั่นเอง
เท่าที่ดูจากคลิปวิดีโอ การอธิบายถึงเทคโนโลยีในการนำลมไปใช้ผลิตพลังงานให้กับเครื่องยนต์ไม่ค่อยมีการพูดถึงรายละเอียดสักเท่าไร ทำให้ดูแล้วไม่ค่อยน่าเชื่อถือมากนัก เนื่องจากหลักฟิสิกส์พื้นฐานทีเราเรียนรู้กันมาตั้งแต่สมัยมัธยมก็คือ เมื่อมีการส่งถ่ายพลังงานชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่งมันย่อมมีการสูญเสียพลังงานไปบางส่วน ซึ่งในที่นี้เราต้องใช้พลังงานไฟฟ้าไปสร้างพลังงานกล เพื่อบีบอัดอากาศเข้าไปในถัง หลังจากนั้นแปลงพลังงานลมที่เก็บในถังไปขับเคลื่อนเครื่องยนต์เพื่อให้ล้อรถหมุนอีกทีหนึ่ง ไม่รู้ว่า คำตอบที่ได้มันคุ้มค่ากับประสิทธิภาพของรถที่ได้ หรือเปล่า หากเทียบกับการใช้แบตเตอรี่ และไฮโดรเจนที่อันตรายกว่า งานนี้ก็ต้องรอดูกันไป...
 
 
 
 

AirCar, TATA Motors รถพลังงานลม


สุดยอด.....มันคิดได้ไง เนี่ย !!!!

เลิกใช้น้ำมันโดยเด็ดขาดของแท้....

แค่ 400,000 เอง......









ตาต้ามอเตอร์ บริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย ประกาศผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานลมในการขับเคลื่อน โดยจะทยอยนำส่งเข้าสู่โชว์รูมในปี พ.ศ. 2552 รถยนต์พลังลม หรือ AirCar นี้ ใช้การปล่อยอากาศจากระบบบีบอัดอากาศด้วยความดันสูง โดยอากาศที่ปล่อยออกมาจะทำหน้าที่หมุนเพลา ทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ โดยการเติมอากาศ สามารถเติมได้ตามสถานีอัดอากาศด้วยราคาไม่แพง โดยความเร็วสูงสุดที่ทำได้อยู่ที่ประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ประมาณ 200 กิโลเมตรต่อการเติมอากาศหนึ่งครั้ง บริษัทผู้ออกแบบรถยนต์พลังลมคันนี้ คือ บริษัท MDI จากประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งให้สิทธิบัตรแก่ตาต้าในการผลิตรถยนต์พลังลมในประเทศอินเดีย โมเดลแรกของตาต้า CityCAT ตั้งราคาไว้ประมาณ 400,000 บาท โดยตาต้าหวังไว้ว่าจุดเด่นของ CityCAT ที่ไม่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศ และราคาไม่แพง จะท! ำให้รถพลังลมรุ่นแรกนี้ จะทำยอดขายได้ดีในตลาดอินเดีย



 
 

 




ข้อความเมื่อ: 24 พ.ค. 08, 16:46 น
ข้อความโดย: Cocoman25

 







ข้อความเมื่อ: 24 พ.ค. 08, 16:44 น
ข้อความโดย: Cocoman25

 



ราคาน้ำมัน ณ วันนี้ผมได้ค่อยได้สนใจเท่าไหร่แล้วเพราะคงมีแต่ขึ้น อย่างเดียว และคงคิดว่า สองลิตร ร้อยคงได้เห็นกันเป็นแน่แท้ แต่ด้วยเพราะเรายังต้องใช้รถในการเดินทางอยู่ ก็คงจะหลีกเลี่ยงเสียไม่ได้ แต่ด้วยตัวเองใช้แก๊ส เป็นหลักอยู่ ก็ไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไหร่ แต่ก็เห็นมีข่าว ระเบิดเสียทุกอาทิตย์ก็อด เสียว อยู่ไม่ได้ แต่ก็คงจะทนอยู่ไม่นานแล้ว ถ้าไม่มีปัญหาการขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยีแล้วละก็ รับประกันว่าเราคงได้ใช้รถพลังงานลม ( wind ) ลมนะ ไม่ใช้แก๊ส
เรื่องเครื่องยนต์พลังลมนั้นมีการคิดค้นมานาน พอสมควรพอกับรถที่ใช้เครื่องยนต์ในปัจจุบัน แต่อาจเพราะเทคโนโลยีอาจไม่สูงพอ และ พลังงาน ( น้ำมัน ) ในตอนนั้นมีอยู่มากมายและราคาถูก จึงถูกพับเก็บไป ต่อมา เริ่ม กระแส เครื่องยนต์ อนุรักษ์ธรรมชาติ Zero Emission  และมีการพัฒนาใน ช่วงปี 1994  แต่ก็เงียบหายไปในสหรัฐอเมริกา หรือ อาจเพราะ บริษัทน้ำมันแอบเทรกแซง ก็เป็นได้ การพัฒนาเรื่องเครื่องยนต์ที่ไม่ใช้น้ำมันถึงได้ล้าช้า และไม่พัฒนาเท่าที่ควร แต่เมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็มีการพัฒนาเครื่องยนต์พลังงานลมแบบ เงียบ โดยนาย Guy Negre  แห่ง  Luxembourgbased MDI ได้ค้นคิดได้สำเร็จ และ ได้จับมือกับยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเหล็กกล้าของโลก TATA  motor
แห่ง รัฐภารตะ  ออกมากระชาก ความยิ่งใหญ่ในนวตกรรม แห่งเครื่องยนต์พลังงานลม แบบสุดยอด
และ พร้อมที่จะผลิตเพื่อการพณิชย์ในปีหน้า

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เครื่องยนต์ที่ไม่ใช้น้ำมันเป็นเชือเพลิงจะสามารถใช้ได้จริง แค่เติมลม แล้วก็วิ่ง
มาดูหน้าตากันว่าประกอบเสร็จแล้วจะเป็นอย่างไรครับ

หน้าตาแบบนี้พอขับไปตลาดพอไหวไหมครับ อย่างนี้พอน่าใช้หน่อย รูปร่างเหมือนรถ TATA
รุ่นที่ราคาถูกที่สุดไหมละครับ ค่ายนี้เน้นรถราคาเบาอยู่แล้ว รูปลักษณ์อาจไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่เรื่องความประหยัดกระเป๋านะหายห่วงครับ เพราะคาดว่าจะนำออกจำหน่าย ในราคาที่สบายกระเป๋าเราแน่นอน แถมไม่ต้องเติมน้ำมัน เพราะมีแท๊งผลิตลมไว้เติมที่บ้านด้วยครับ

สบายทุกอย่างเลยแค่เติมแล้วก็วิ่ง ไม่มีระเบิดแน่นอน แถมมลพิษก็น้อยด้วย สุดยอดพลังงานทางเลือกครับ

คงไม่ฝันแน่นอนครับ อีกไม่ไกลแน่นอนแต่จะได้เข้ามาขายในเมืองไทยหรือเปล่าหรือเปล่า บอกคำเดียวว่าไม่แน่ครับ แต่ที่สหรัฐจะนำออกจำหน่ายในปีหน้าครับ ออกข่าวกันใหญ่โตเลย


 



 
http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?mode=quote&comment=16&index=8&table_id=1&cate_id=31&post_id=8101
 
 

 

 




ข้อมูลที่ถูกโพส บนหน้าเว็บ http://www.fwdder.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นข้อมูลใดๆ ที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการ เก็บข้อมูลและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทันที ขอขอบพระคุณ
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
ยิ้ม สยาม บอกว่า:

อยากทราบว่า วิ่งได้แค่ 200 กิโลเมตร ไปไกล ๆ ก็ไม่ได้นะซิ บ้านอยู่ไกลเสียด้วยสิ

Post at: วันที่ 23 ต.ค 2551 เวลา 19:28:43 (แจ้งลบ)
จองได้ยัง บอกว่า:

จองได้ยัง สั่งซื้อ ที่ไหนหรอครับ

Post at: วันที่ 15 พ.ค 2552 เวลา 16:24:02 (แจ้งลบ)
นิมิต บอกว่า:

เครื่องยนต์ถังเก็บ ราคา เท่าไหร่ ราคาต้นแบบ กับ ราคาพาณิชย์ นะ

Post at: วันที่ 5 มิ.ย 2552 เวลา 14:27:50 (แจ้งลบ)
เกส บอกว่า:

สวยอยากได้หน้ารัก

Post at: วันที่ 5 ก.ย 2552 เวลา 07:39:02 (แจ้งลบ)
กัสจัง บอกว่า:

หน้ารักแล้วนั่งได้เยอะด้วยนะชอบซื่อที่ไหนหรอค่ะ

Post at: วันที่ 5 ก.ย 2552 เวลา 07:42:17 (แจ้งลบ)
by: Foxconn
5 ความเห็น / 6484 คนอ่าน
ส่งต่อ : วันที่ 24 ก.ค 2551 เวลา 18:24:51

X

เหตุผล:

Foxconn