Forget password
by: ข้าวตุ๋น
1 ความเห็น / 325 คนอ่าน
Forward at: 6 เดือน 27 วันที่ผ่านมา

Tags:

(คั่นด้วยคอมม่า)


X

เหตุผล:

X

เหตุผล:

แชร์ให้เพื่อนเวบอื่น


กระทู้โพสโดย: ข้าวตุ๋น

อ่านจบแล้ว มาช่วยกันคอมเม้นหน่อยนะ

เพชรสังฆาต สกัดริดสีดวงทวาร

 

 

tag: เพชรสังฆาต

 

 

เพชรสังฆาต สกัดริดสีดวงทวาร

 

 

 

บทความน่าสนใจ

 



ใครหนอ ? ช่างเป็นผู้รู้ซึ้งถึงการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายคนเราอย่างดี เมื่อปลดทุกข์ออกเมื่อใดความสุขโล่งจะมาโดยฉับพลัน เหตุนี้เองที่ใครคนนั้นยกระดับเรียกห้องส้วมว่า " ห้องสุขา " เพราะเมื่อเดินเข้าไปพร้อมทุกข์เบาหรือทุกข์หนัก พอเดินกลับออกมาทุกคนจะพบความสุขเสมอกัน แต่ห้องสุขาก็ไม่สามารถเยียวยาความทุกข์ชนิดอื่นๆ จากการขับถ่ายได้ เช่น นิ่ว ท้องผูก ท้องเสีย และริดสีดวงทวาร อาการและโรคเช่นนี้ต้องพึ่งยา ซึ่งผ่านมาหลายสิบปีคนไทยนอกจากพึ่งยาแล้ว ยังต้องพึ่งต่างชาติทำยาให้เรากินด้วย จนมีคำพูดปลุกจิตสำนึกว่า "การขับถ่ายของคนไทยยังต้องพึ่งน้ำมือฝรั่ง" ทั้งๆที่สมุนไพรในบ้านเรามีดีมากมายคอยช่วยปัญหาท้องไส้ได้

นอกจากความภูมิใจที่ไม่ต้องให้ใครมาล้วงก้นเราแล้ว เงินตรายังไม่ไหลออกนอกประเทศ นี่คือรูปธรรมเศรษฐกิจชุมชนแบบพอเพียงและพึ่งตนเองอย่างแท้จริง แนวคิดที่ว่านี้มีกลุ่มคนจำนวนไม่มากพยายามปฏิบัติอย่างจริงจังมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี ผลสำเร็จที่เห็นคือคนไทยหันมาบริโภคสมุนไพรมากขึ้น

วงการอุตสาหกรรมขนาดเล็กใหญ่ก็เร่งผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรมากขึ้น แต่ที่ยังเบาบาง คือการจ่ายยาสมุนไพรในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลต่างๆ ยังจ่ายยาสมุนไพรไม่มากนัก ทั้งๆที่สิ่งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในวงการสุขภาพของไทย อย่างไรก็ตามมีเรื่องเล่าสู่กันฟังให้เกิดกำลังใจยิ่งขึ้น เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้

คณะผู้วิจัยประกอบด้วยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข หน่วยปฏิบัติการวิจัยเภสัชศาสตร์สังคม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิสุขภาพไทย ได้ลงพื้นที่สำรวจสถานบริการของรัฐและเอกชนหลายแห่งใน 4 ภูมิภาคของประเทศไทย ภายใต้ " โครงการวิจัย บูรณาการการแพทย์แผนไทยเข้าสู่ระบบบริการสาธารณสุขแผนปัจจุบัน " ซึ่งวางเป้าหมายให้ประชาชนได้รับบริการ ที่มีประสิทธิภาพจากการบูรณาการการแพทย์แผนไทยกับการบริการการแพทย์แผนปัจจุบัน อย่างเหมาะสม งานวิจัยนี้เพิ่งเริ่มต้น ยังใช้เวลาอีกเป็นปีๆ แต่เมื่อพบสิ่งดีๆ จึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟังก่อน ณ โรงพยาบาลบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก และโรงพยาบาลแม่ออน จ.เชียงใหม่ การเยี่ยมชม ๒โรงพยาบาลนี้ พบว่าผู้อำนวยการโรงพยาบาล เภสัชกรและพยาบาลมีความตั้งใจสูงในการนำสมุนไพรมาใช้ในโรงพยาบาลอย่างมาก โดยเฉพาะยาสมุนไพรที่เวลานี้นำมาทดแทนยาฝรั่งแบบ ๑๐๐%

เป็นที่อิ่มเอิบใจคนในวงการสมุนไพรมากสมุนไพรที่ว่านี้ช่วยลบคำสบประมาทที่ต้องไปพึ่งต่างชาติได้ด้วย นั่นคือ เพชรสังฆาต แก้ริดสีดวงทวาร หมอและเภสัชจ่ายยาเพชรสังฆาตแคปซูล ให้ผู้ป่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร โดยยกเลิกยา Daflon หรือยาฝรั่งแก้โรคริดสีดวงทวารทั้งหมด

ชาวบ้านคนไหนคิดอยากกินยาฝรั่งได้แต่หวนรำลึกนึกถึงอย่างเดียว ไม่มีทางได้ยานี้จากมือหมอของ ๒ โรงพยาบาลนี้อีกต่อไป โดยเฉพาะโรงพยาบาลแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ทำงานวิจัยเรื่องนี้มากับมือ จึงมั่นใจมาก ซึ่งโดยทั่วไปถ้ากินยาเพชรสังฆาตไปสัก ๕ วัน อาการริดสีดวงบรรเทาหายไปได้แต่คุณหมอกำชับว่า พฤติกรรมที่ทำให้ท้องผูกต้องปรับปรุงด้วย ต้นเพชรสังฆาต เป็นไม้เถาเลื้อย ลำต้นรูปสี่เหสี่ยมเป็นครีบ ผิวเรียบ มีรอยคอดบริเวณข้อ ใบเดี่ยว ออกข้อละ 1 ใบบริเวณปลายเถา ตรงข้ามใบมีมือเกาะ รูปสามเหลี่ยมหรือรูปไข่ กว้าง 3-8 ซม. ยาว 4-10 ซม. ขอบใบหยักมนเนื้อใบค่อนข้างหนาดอกช่อ ออกตรงข้ามใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกด้านนอกสีเขียวแกมเหลือง โคนกลีบมีแถบสีแดงกลีบด้านในสีขาว แกมเขียว ผลเป็นผลสด รูปกลม เพชรสังฆาตปลูกง่ายขึ้นง่าย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cissus quadrangularis L. อยู่ในวงศ์ VITACEAE ชาวบ้านบางทีก็เรียกว่า ขั่นข้อ สันชะควด หรือ สามร้อยต่อ ตำรายาไทย ใช้เถาสดกินแก้ริดสีดวงทวาร วันละ 1 ปล้อง จนครบ 3 วัน โดยหั่นบางๆ ใช้เนื้อมะขามเปียกหรือเนื้อกล้วยสุกหุ้ม แล้วกลืนเข้าไป อย่าได้เคี้ยวกินเด็ดขาดเพราะเถาเพชรสังฆาตสดๆ จะทำให้คันคอ

ซึ่งคนโบราณเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จึงตักเตือนต่อๆกันมา การศึกษาในปัจจุบันพบว่า อาการคันคอเกิดจากเพชรสังฆาตมี Calcium oxalate มาก อาจทำให้แพ้และเกิดการอักเสบในทางเดินอาหารได้ คนโบราณจึงมีวิธีการรับประทานโดยไม่ให้เกิดอาการระคายเคืองหรือเกิดน้อยที่สุด เพชรสังฆาตเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งมีศักยภาพสูง แม้ว่าจะมีการศึกษาวิจัยยังไม่มากนัก แต่ข้อมูลการใช้จริงในพื้นที่ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์พบว่าผู้ที่ทุกข์ทรมานจากริดสีดวงทวารนั้นสามารถสัมผัสความสุขได้ จึงอยากเชิญชวนคนไทยที่กำลังเผชิญกับริดสีดวงทวาร ลองปรุงยาสมุนไพรไทยแก้ปัญหาท้องไส้ของเราเอง

แถมท้ายงานวิจัยให้เห็นศักยภาพของ เพชรสังฆาต ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ข้อมูลจากสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ส่งข่าวงานวิจัยมาว่าสารสกัดลำต้นเพชรสังฆาตด้วยเอทานอล สามารถลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหารหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นแผลด้วยแอสไพริน เมื่อให้สารสกัดขนาด 250, 500 และ 750 มก./กก. ให้หนูกินนาน 7 วัน ลดการเกิดแผลได้ 40, 71.2 และ 72.6% ตามลำดับ เปรียบเทียบกับ ranitidine ขนาด 30 มก./กก. ลดการเกิดแผล 71.9% ดังนั้น สารสกัดขนาด 500 มก./กก. เป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากออกฤทธิ์ใกล้เคียงกับ Ranitidine และให้ผลไม่แตกต่างกับขนาด 750 มก./กก. จะลดการทำลายเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหาร เมื่อทดสอบความเป็นพิษโดยให้หนูขาวกิน ขนาด 0.5 - 5.0 ก./กก. ไม่พบพิษใดๆ ยังมีโรงพยาบาลชุมชนอีกหลายแห่งที่ใช้สมุนไพร

และยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิดที่นำมาทดแทนยาแผนปัจจุบันได้ดี ซึ่งจะนำมาเล่าให้ฟังเป็นระยะๆ เพื่อเพิ่มความภูมิใจในภูมิปัญญาไทยจ๊ะ

 




ข้อมูลที่ถูกโพส บนหน้าเว็บ http://www.fwdder.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นข้อมูลใดๆ ที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@fwdder.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการ เก็บข้อมูลและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทันที ขอขอบพระคุณ
PaNe บอกว่า:

สมุนไพร ผักไทยๆทานกันเยอะๆ

Post at: 6 เดือน 26 วันที่ผ่านมา (เยี่ยม) (ห่วย)


:01: :02: :03: :04: :05: :06: :07: :08: :09: :10: :11: :12: :13: :14: :15: :16: :17: :18: :19: :20: :21: :22: :23: :24: :25: :26: :27: :28: :29: :30: :31: :32: :33: