Warning: DOMDocument::loadHTML(): Empty string supplied as input in /home/fwdder/fwdder.com/htdocs/topic.php on line 774
ภาพแห่งความเมตตา Fwdder.com

ภาพแห่งความเมตตา

โพสต์ รูปและวีดีโอ
fwdder ภาพแห่งความเมตตา


    
รายการบล็อก    ภาพแห่งความเมตตา     Nov 22, '07 2:09 PM
สำหรับ ทุกคน

สรรพสัตว์ หมูกับคนเป็นสรรพสัตว์เหมือนกัน พวกมันรู้สึกเจ็บรู้สึกหวงแหนชีวิต กลัวตาย เช่นเดียวกับพวกเรา เพียงแต่ว่าไม่มีภูมิปัญญาเหมือนคน มันจึงถูกคนฆ่า ปล่อยให้คนต้อนไปสู่โรงฆ่าสัตว์เป็นเส้นทางที่มันไม่รู้จักจดจักจำ บรรพบุรุษของมันรุ่นแล้วรุ่นเล่าก็ถูกมนุษย์ฆ่ามาตลอด และสืบต่อๆ กันไปถึงลูกถึงหลาน มันไมรู้จักต่อต้านหรือหลีกหนี ถึงแม้มันกำลังจะถูกฆ่าก็ตาม โธ่! น่าสงสารยิ่งนัก ผู้อ่อนแอที่ไม่มีทางต่อสู้ มองดูแล้วจะไม่รู้สึกสงสารเลยหรอกหรือ
เรา น่าจะรู้นะว่า สัตว์เดรัจฉานเป็นสิ่งมีชีวิต ความรู้สึกกับความอยากมันคล้ายกับเรา ภูมิปัญญาเท่านั้นที่ต่างกัน เราควรยอมรับสิทธิของมันบ้าง

นรก เมื่อผ่านเลยเที่ยงคืนจนถึงไก่ขัน มือสังหารใจโหดจำนวนมากจะกำมีดไว้ในมือเพื่อเตรียมสังหาร หมูแม้จะรู้ตัวก็ไม่อาจหลบหนีได้แต่ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เพียงชั่วพริบตาเดียว ปลายมีดอันแหลมคมก็แทงทะลุถึงหัวใจเสียแล้ว ช่วงอกและท้องถูกเปิดออกความเจ็บปวดเกินกว่าจะกล่าว ฉับพลันก็ถูกกดลงไปในหม้อน้ำร้อนปวดแสบปวดร้อนจนเนื้อสั่นระริกจนกว่าขนจะ ถูกขูดถอน อนิจจา! หากเรามีจิตสวรรค์ที่ได้เห็นการตายอย่างแสนสาหัส จนมิอาจกลั้นน้ำตาไว้ได้แล้ว แต่ยังอดทนกินเนื้อของมันอีกหรือ?
ในโลก นี้ แต่ละวันหมูถูกฆ่าเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน และพวกโค กระบือ ก็ดุจเดียวกัน ยิ่งพวกเป็ด ไก่ กุ้ง หอย ปู ปลา ยิ่งไม่ต้องพูดถึง การประหัตประหารอย่างมหาศาลเช่นนี้ หากกล่าวตามสถานการณ์ปัจจุบันก็คิดว่า ไม่มีวันหยุดฆ่าได้ ถ้าเช่นนั้นในโลกนี้คงเป็นโลกที่มืดมนจนไม่มีวันที่จะพบความสว่าง อย่างนี้แล้วมนุษย์ก็เป็นสัตว์ที่ดุร้ายที่สุดในโลก แล้วมนุษย์ยังจะพูดถึง “ความยุติธรรม” และ “มนุษยธรรม” ไปทำไม ขอถามหน่อยเถอะว่า ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน? มนุษยธรรมอยุ่ที่ใด?
โปรดตรึกตรองดู การฆ่าสัตว์ด้วยความโหดเหี้ยมนั้นเพราะหลงยึดอยู่กับคำที่ว่า มนุษย์ต้องใช้เนื้อสัตว์มาบำรุงเลี้ยงร่างกาย จึงจะสมบูรณ์แข็งแรงนั้นเอง

ความเงียบสงัดของคืนวันสิ้นปี ในภาพ ผู้เฒ่าเผิงาจี่เชง เป็นคนในสมัยราชวงศ์แมนจูเมื่อตอนใกล้ๆ จะสิ้นปี ทุกๆ เที่ยงคืนเขาจะได้ยินเสียงไก่ขันมาจากข้างบ้าน เสียงไก่จะขันรับกันเป็นทอดๆ แต่พอถึงคืนวันสิ้นปี กลับไม่มีไก่ขันแม้แต่เสียงเดียว ที่เป็นเช่นนี้เพราะเหตุใดหรือ? ทั้งนี้ เพราะทุกบ้านต่างก็ฆ่าไก่เพื่อเอามาฉลองวันสิ้นปี ดังนั้นพอถึงคืนวันสิ้นปี ไก่จึงถูกฆ่าหมด จึงไม่มีเสียงไก่ขันอีก ท่านผู้เฒ่าก็คิดถึงข้อนี้ว่า จำนวนไก่นับไม่ถ้วนจะถูกฆ่าไปก่อนถึงปีใหม่ จึงแต่งกลอนบทหนึ่งขึ้นว่า:
ทุกค่ำคืน     ไก่แข่งขัน     เสียงเจื้อยแจ้ว
ค่อนรุ่งแล้ว     ยังสงัด     บ่ขานรับ
ชะโลมเลือด     อาบคมมีด     มิถ้วนนับ
เป็นแก้มกับ     เสริมสุรา     พาสนุก

พืชผักผลไม้เป็นอาหารธรรมชาติของมนุษย์ เหมาะสมกับโครงสร้างของร่างกายมนุษย์

ขนของแม่ แม่ไก่ตัวหนึ่ง มีลูกไก่อยู่ 4 ตัว วันหนึ่งแม่ไก่ถูกฆ่าเสียแล้วลูกไก่ก็ไม่รู้ ต่อมาภายหลังพวกมันได้พบขนไก่อยู่กองหนึ่ง พวกมันจำกลิ่นได้ว่าเป็นขนของแม่พวกมัน ทั้งหมดก็ได้แต่เฝ้าอยู่ไม่ยอมห่างเพราะมันเป็นขนของแม่สุดที่รักของมัน ถึงแม้ตอนนี้จะเหลือเพียงกองขนก็ตาม เธอคิดดูซิ สภาพเช่นนี้น่าสงสารสักแค่ไหน?
นักชีววิทยา ไม่มีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับคนที่รับประทานพืชเป็นอาหารเลย

ลูกแม่ มีแม่ไก่ตัวหนึ่ง ออกไข่มาได้หลายฟอง มันกกไข่อยู่หลายวันอย่างอารมณ์ดี มีอยู่วันหนึ่งเจ้าของขโมยไข่ไปกินสองฟอง แล้วทิ้งเปลือกไข่ไว้ที่พื้น เมื่อแม่ไก่มาเห็นเปลือกไข่ มันจำได้ว่าเป็นลูกของมัน ไม่รู้หรอกว่า ตอนนี้มันจะมีความขมขื่นสักเพียงใด
รักเขารักเรา     รักจิตรักชีวิต     คนก็มีจิตนี้
คนรักลูกตน     สัตว์ก็รักลูกมัน     แล้วจะพรากมันทำไม!

ทรมานถึงตาย เมื่อเป็ดถูกฆ่า มันจะไม่ตายทันที แม้คอหอยจะถูกเชือดขาดแล้ว เสียงร้องก็ขาดหายแล้ว มันก็ยังดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้นดินอีกหลายนาทีจึงจะตายลง เมื่อเห็นสภาพเช่นนี้ย่อมรู้ว่า ขณะที่มันกำลังจะตาย มันเจ็บปวดรวดร้าวแค่ไหน ความทรมานของมันเราเพียงคิดดูก็รู้ได้ ฉะนั้น เวลาคิดจะกินเป็ดขึ้นมา โปรดคิดถึงตอนที่มันกำลังดิ้นพล่านอยู่ในกองเลือดเถิด!
ชีวิตของสัตว์     ท่านให้ไม่ได้     ก็โปรดอย่าคิด
เพราะทุกชีวิต     ย่อมมีสิทธิ์ในการอยู่รอด

ขอชีวิต การฆ่าวัวควายเป็นสิ่งที่โหดเหี้ยมทารุณที่สุด ทำไมจึงโหดเหี้ยมเล่า เพราะขณะที่มันกำลังจะถูกฆ่านั้น น้ำตามันจะไหลพราก มันเป็นสัตว์ที่มีวิญญาณไวต่อความรู้สึก ถึงแม้จะพูดไม่ได้ ร้องขอชีวิตไม่ได้ ต่อหน้าคมมีดที่วาววับ น้ำตาไหลรินอยู่ในสภาพน่าเวทนาขนาดไหน ทำไมจึงโหดเหี้ยมหรือ เพราะภายหลังมันถูกฆ่า ลมหายใจยังไม่ทันขาดหายไป หนังของมันเหลือที่กล่าว ช่างไม่มีมนุษยธรรมเสียเลย นี่หรือการกระทำของมนุษย์ชาติ
วัวควายจำนวน มากได้อุทิศแรงงาน ช่วยทำไร่ไถนาให้แก่มนุษย์ มนุษย์ได้พึ่งพามันเพื่อการยังชีพ เมื่อมันแก่ลงแล้วตอบแทนพระคุณของมันเหมือนดั่งศัตรู โดยวิธีโหดร้ายทารุณ ในแง่ของเหตุผลและธรรมจิต พูดเท่าไรก็ไม่มีทางถูกต้อง
ต่อไปคือกลอนบทหนึ่งเพื่อขอชีวิตแก่วัวควาย
ควายเฒ่าถอนใจเศร้าสลด     ชีวิตรันทดหน้าโรงฆ่า
ต่อหน้าคมมีดขวัญผวา     น้ำตารินไหลร้องไม่ออก
ตรากตรำหลายปีไถไร่นา     ไม่นำพาหนังแยกแตกเป็นแผล
ชีวิตนี้รู้แก่ใจไม่ผันแปร     โปรดเห็นแก่ ความดี ที่ทดแทน

มนุษย์กับสัตว์ มีหลักแห่งความรักเมตตา
ผู้ที่ไม่มีความรักเมตตา ก็จะมีความสุขกับการกินเนื้อ

ชาวนากับแม่นม ในภาพเป็นชาวนาที่มีจิตธรรม เขารู้ดีว่า ขณะที่เขายังเยาว์วัยอยู่ เขาได้ดื่มนมของแม่วัวตัวนี้จนกระทั่งเขาเจริญเติบใหญ่ยังได้อาศัยมันช่วยทำ ไร่ไถนา จึงดำรงชีวิตอยู่มาได้ เขาจึงจดจำไว้เสมอว่า แม่วัวตัวนี้คือผู้มีพระคุณยิ่งใหญ่ของเขา ตลอดเวลาก็รักถนอมมัน ไม่เคยตีมัน เมื่อมันแก่ลงทำงานให้ไม่ไหว เขาก็ยังเลี้ยงมันด้วยดี ไม่คิดที่จะขายมันให้คนฆ่าสัตว์
พวกเราควรใส่ใจว่า การรู้จักสนองคุณเป็นสิ่งสำคัญซึ่งชาวนาผู้นี้เข้าใจในหลักธรรมข้อนี้เป็นอย่างดี
พวกสัตว์ร้องที่ไม่มีผู้ช่วยเหลือ มนุษย์มีพลังทางอำนาจมากกว่าควรแสดงการคุ้มครองสิทธิ์การดำรงอยู่ของพวกมัน

การตายและการแยกจาก การตายและการแยกจาก เป็นความเศร้าของมนุษย์เมื่อเราอ่านนวนิยายมาถึงเหตุการณ์ตอนนี้ บางครั้งจะหลั่งน้ำตาให้กับตัวละครที่น่าสงสารในภาพ แม่แกะกับลูกแกะกำลังอยู่ในสภาพเช่นนั้น ขณะที่แม่แกะกำลังถูกพรากจากลูกน้อยของมันมันรู้แน่ว่ากำลังถูกนำไปฆ่า คงไม่ได้พบหน้าลูกน้อยอีก มันหันกลับมามองลูกน้อยของมัน โธ่ลูกรักเอ๋ย ต่อแต่นี้แม่คงไม่ได้อยู่กับเจ้าอีกแล้ว ลูกแกะมีความรู้สึกว่า มันคงไม่ได้นมแม่สุดที่รักของมันอีกแล้ว มันจึงต่างดิ้นรนชะโงกหัวออกจากลูกกรงของเล้า ส่งเสียงร้องระงมเหมือนกับร้องว่า “แม่จ๋า แม่จ๋า อย่าจากลูกไป! อย่าจากลูกไป! แต่ อนิจจา แม่แกะก็ยังถูกพรากไปฆ่าจนได้ เธอรู้ไหมว่าความรักระหว่างแม่ลูกมันเข้มข้นปานไหน ยิ่งเข้มข้นเท่าไร การตายและการแยกจากยิ่งน่าเวทนานัก!
คนที่กินเนื้อ ละเมิดความศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิต
หากไม่ได้รับกรรมตามสนอง ก็ไม่อาจพ้นภัยไปได้

อาลัยเพื่อนแท้ ที่บ้านของเด็กน้อยเลี้ยงแพะไว้ตัวหนึ่ง ทุกเช้าก่อนไปโรงเรียนเขาจะหาหญ้ามาเลี้ยงมัน หลังโรงเรียนเลิกแล้วก็เช่นเดียวกันทุกวันเขาจะวิ่งเล่นกับมันเกือบตลอดเวลา นับเป็นเวลานานหลายปีมีอยู่วันหนึ่ง ที่บ้านจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิด มีแขกเหรื่อมามากมายเมื่อเด็กน้อยกลับจากโรงเรียน เขาตรงไปที่สวนหลังบ้าน ไม่พบแพะเสียแล้ว จึงไปที่ห้องครัว ทันทีที่เห็นเขาก็ตกใจกลัว เพราะเขาพบเจ้าแพะเพื่อนรักนอนอยู่ ที่คอของมันมีแผลถูกแทง เลือดไหลนองพื้นไปหมด เด็กน้อยทรุดตัวลงนั่งอยู่ข้างตัวมัน ปล่อยเสียงร้องไห้โฮใหญ่ หลังจากวันนั้นมาเด็กน้อยคนนี้ไม่ยอมท่านเนื้อแพะอีกเลย เขากลับมาทานเจตลอด
ผู้ทีไม่รับประทานเนื้อสัตว์จึงจะกล่าวได้ว่า เป็นผู้มีจิตเมตตาที่แท้จริง

 

มือสังหาร เกล็ดปลาเสมือนหนึ่งเล็บของเรา หากเราถอดเล็บออกมาจากนิ้ว เชื่อแน่ว่าจะเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าอะไร ปลาเป็นๆ ที่กำลังถูกขอดเกล็ด ก็เหมือนตัวเราถูกถอดเล็บไปทั่วตัว ความเจ็บปวดเช่นนี้ไม่อาจจะอธิบายเป็นคำพูดออกมาได้ ใช่ไหม?
คนช่วยคนนั้นไม่ยาก     แต่ช่วยสัตว์ซิแสนเข็ญ
ไม่ฆ่าสัตว์นั้นไม่ยาก     แต่งดทานเนื้อซิแสนทารุณ

ลานประหาร พวกสัตว์นั้น เมื่อถูกฆ่ามันจะดิ้นไปมาอยู่พักหนึ่งจึงสิ้นใจมีปลาบางชนิด แม้เกล็ดจะถูกขอดหมด ท้องถูกควักออกแล้วก็ยังสามารถว่ายในน้ำได้ บางชนิดถูกสับเป็นสองท่อน ปากมันก็ยังหายใจพะงาบๆ อยู่ บางชนิดแม้จะถูกน้ำมันทอดไปครึ่งตัวแล้วมันก็ยังกระโดดขึ้นมาได้ โธ่เอ๋ย! ความเหี้ยมโหดทั้งหลายในโลกนี้จะมียิ่งไปกว่านี้ มีอีกไหม?
กินทั้งเนื้อ ดื่มทั้งเลือด กลายเป็นความอัปยศอดสูของสังคม
ในประเทศที่เรียกตนเองว่า ชาติพัฒนา เจริญรุ่งเรือง?

เสียงร่ำอำลา ดวงตะวันกำลังบ่ายคล้อยไปทางตะวันตกมากแล้ว มีนกอยู่คู่หนึ่ง ผู้หนึ่งเมียหนึ่ง กำลังสะบัดปีกอย่างช้าๆ บนเวหา ดุจว่าสามีภรรยากำลังเที่ยวเดินทอดน่องอย่างเอื่อยเฉื่อย ฉับพลันมีลูกธนูดอกหนึ่ง ก็พลันแหวกอากาศมาจากทิศไหนไม่ทราบ มันปักที่กลางอกของตัวเพศเมียเข้าอย่างแรง ตัวเพศเมียได้รับบาดเจ็บและกำลังจะดิ่งลงพื้น ก็หันหัวมามองนกเพศผู้ แล้วเสียงก็หลุดออกมาเพียงคำเดียวเท่านั้น มันหมายถึงการจากกันชั่วนิรันดร

ลอบสังหาร มีแม่นกตัวหนึ่งกำลังบินหาอาหารอยู่ในดงป่าเพื่อนำมาป้อนให้ลูกน้อย ๆ ของมันในรัง โดยไม่ทันรู้ตัว นักล่าสัตว์คนหนึ่งพบเข้า ลูกปืนเพียงนัดเดียวก็ โน้มน้าวให้แม่นกตัวนั้นร่วงหล่นลงสู่พื้น แม่นกยังไม่ตายทันที ก็ถูกนักล่าผู้นั้นจับกลับไปบ้านด้วยความปรีดาปราโมทย์ แต่อนิจจา พวกลูกนกกำลังหิวระโหยอยู่บนรัง แต่ละตัวต่างชูหัวและชะแง้รอคอย แหนหน้ามองท้องนภาที่เวิ้งว้าง พลางกับคิดว่า เดี๋ยวแม่คงจะมาแล้วๆ
อยากให้มนุษยชาติมีสันติภาพ ควรเริ่มจากโต๊ะอาหารที่ไม่มีคาวเลือดเสียก่อน

การ ฆ่าสังหารอย่างโหดเหี้ยมแบบต่างๆ ที่ได้กล่าวไปแล้วบ้างก็เพื่อปากท้อง บ้างถือเป็นเกมกีฬาที่มีเกียรติ แต่การฆ่าพวกหนอนแมลงมิใช่เพื่อปากท้องและเกียรติ แต่ฆ่าเพราะความพอใจแม้พวกหนอนแมลงจะมีชีวิตอันน้อยนิด แต่ก็ได้รับจากธรรมชาติ พวกมันก็มีความรู้สึกเจ็บและกลัวตายแช่นเดียวกันพวกเราทำไมต้องกำจัดมันไป สู่ความตาย พวกเรารู้ว่าตัวกิเลนได้รับการยกย่องว่าเป็นสัตว์ที่มีความเมตตา เวลามันเดินเหินมันจะระมัดระวังตัวมาก มันจะไม่เหยียบหนอน แมลง ให้ตายแต่พวกเรานี่ซิ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ ยิ่งพูดถึงคุณธรรม มีระดับไม่ห่างไกลจากสัตว์เดินเท้าเท่าใดนัก นับว่าเป็นสิ่งที่น่าละอายมากที่สุด ใช่ไหม?
การเพาะนิสัยให้มีความเมตตา ควรเริ่มต้นด้วยการไม่กินเนื้อ

เด็กเล่น พวกเด็กๆ ชอบจับแมลงมาเล่น ยิ่งเห็นตัวหิ่งห้อยหรือผีเสื้อก็จะใช้พัดไปตีมัน ถึงแม้ไม่ได้ตีให้ตาย แต่การตบก็ทำให้มันตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง เด็กบางคนก็จับแมลงปอแล้วเอาด้ายมาผูกติดทำเหมือนเล่นว่าว การเล่นสิ่งเหล่านี้ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะร่างกายพวกหนอนแมลงนั้น มันบอบบางมาก มันไม่ทนต่อการเย้าหยอกหากรุนแรงไปหน่อยมันก็ตาย ถึงแม้ว่ามันไม่ตาย แต่การเย้าหยอกของเด็กก็ทำให้มันเจ็บปวดทรมาน ดังนั้น ฉันขอเตือนเด็กๆ ทั้งหลายอย่าไปจับมันมาเล่นเลย
ฉันเชื่อว่า การวิวัฒนาการเลิกทานเนื้อสัตว์ของมนุษย์จะต้องมีขึ้นแน่นอนในวันหนึ่งข้างหน้า

 

จม พวกเราไม่เพียงแต่ไม่ฆ่าหนอนแมลง หรือจับมันมาเล่นเมื่อพบเห็นมันอยู่ในที่อันตรายควรรีบช่วยเหลือ อย่าปล่อยละเลยไปในภาพมีแมลงตัวหนึ่งกำลังจะจมน้ำ มันกำลังดิ้นรนเพื่อชีวิตรอดเมื่อคุณเห็นมันอยู่ในสภาพเช่นนี้ ต้องรีบช่วยเหลือทันที สภาพจิตใจที่ทนอยู่ไม่ได้เช่นนี้เรียกว่า “จิตเวทนา” นับว่าเป็นสิ่งมีค่ามากหากมีโอกาสให้มันแสดง ก็โปรดให้มันได้แสดงออกมา มันเป็นจุดเริ่มต้นของความเมตตาปรานี
เมื่อเห็นเนื้อวางอยู่ต่อหน้า ควรคิดถึงสภาพที่มันถูกฆ่า
ต่อให้ใจหินอำมหิต ก็คงกินไม่ลงคอ

เพลงจากนักโทษ นกก็เป็นสัตว์ที่มี่ความรัก ความผูกพัน จึงควรที่จะให้มันอยู่กันเป็นครอบครัว หมู่เหล่า เสพความสุขตามธรรมชาติ ทำไมจึงต้องไปจับมันมาขัง ทำให้มันแยกจากหมู่เหล่า เป็นนักโทษที่ไม่มีกำหนดทำโทษเลยหรือ มันถูกจับขังในกรง สิ้นอิสระภาพซึ่งจะทุกข์ทรมานที่ต้องแยกจากเลือดเนื้อเชื้อไข คอยคิดคะนึงหาอยู่มีวางวาย ดังนั้น นกในกรงจึงร้องครวญคร่ำตอดเวลาคนเมื่อได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญเช่นนี้กลับ รู้สึกไพเราะเพราะพริ้งเสียอีก นี่กลายเป็นจิตใจอีกแบบหนึ่งไปแล้ว
ถ้าอยากให้โลกนี้พ้นภัยสงคราม มนุษย์ต้องไม่กินเนื้อสัตว์

สำนึกบาป ท่านทั้งหลาย เมื่อได้อ่านเรื่องราวต่างๆข้างต้นไปหมดแล้วในจิตตนมีความรู้สึกอย่างไรต่อ การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และการกินเนื้อสัตว์ที่แล้วมา ในด้านจิตธรรมสบายไหม ถ้าหากไม่สบาย ก็ควรสำนึกผิดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และตั้งจิตว่าจะไม่ฆ่าสัตว์และกินเจตลอดไป เพื่อจะได้ไม่ทำบาปต่อไป จากวันนี้ไปจะได้เปิดศักราชอันแจ่มใสที่ใหม่ตลอดไป
ผู้กินเนื้อสัตว์ ได้ตัดนิสัยแห่งความเมตตาเสียแล้ว

ร่วมสุขพร้อมหน้า ผู้เฒ่าผู้นี้เป็นผู้มีเมตตาจิต ไม่เพียงแต่ตนเองกินเจเท่านั้นคนในบ้านก็กินเจกันหมดทุกคน สัตว์เลี้ยงในบ้าน หมา แมว ไก่ ห่าน ล้วนเป็นเพื่อนสนิทของทุกคน พอถึงหน้าหนาวอากาศเย็นผู้เฒ่าผู้นี้กับหลานจะนั่งพิงแถบหน้าประตูบ้าน พวกสัตว์เลี้ยงก็จะอยู่กันพร้อมเพรียง ต่างได้รับความสุขตามธรรมชาติด้วยกันท่านเห็นสภาพที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความ สุขเช่นนี้ น่าอิจฉาไหมล่ะ?ถ้าหากทุกชีวิตบนโลกนี้มีสภาพเช่นนี้ทุกแห่ง ความเสมอภาพของโลกนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริงหรอกหรือ?
โปรดเมตตารักสัตว์ อย่าได้กินเนื้อมันเลย

นกถูกศรปักนานห้าวันไม่ตาย ข่าวจากหนังสือพิมพ์
CHINA DAHEY NEWS
วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2524
หัวข้อข่าว นกถูกศรปักนานห้าวันไม่ตาย
ได้รับการช่วยเเมื่อวานนี้ เป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วสหรัฐฯ
ที่ รัฐเนวาด้า นกเป็ดน้ำมีชื่อว่า ธันน่า ถูกนักล่ายิงด้วยธนูทะลุอกนก ยังสามารถบินได้ทั้งๆ ที่ลูกธนูยังปักอยู่ที่นกตัวนี้ถูกยิงเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ศกนี้ และสามารถหลบหนีจากการถูกจับคุมได้หลายครั้ง ในที่สุดธันน่าก็ถูกจับได้ เพราะได้กินเศษขนมปังคลุกยาสลยบ สัตวแพทย์ได้ผ่าตัดเอาธนูออกจนกระทั่งอาการของธันน่าอยู่ในขั้นปลอดภัย เมื่อข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วประเทศ ทำให้ผู้คนสนใจกันมาก มีอาสาสมัครช่วยกันจับธันน่าในขณะที่ธนูยังติดอกอยู่ จวบจนวันที่ 25 พ.ค. จึงจับธันน่าได้ มันมีน้ำหนักตัวลดลงไปบ้าง เพราะกินอาหารไม่ได้ตามปกติ แต่ยังบินได้และว่ายน้ำได้




แสดงความคิดเห็นบน facebook
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
koykoykoy  บอกว่า:

Post at: วันที่ 29 ธ.ค 2553 เวลา 09:32:10
roses  บอกว่า:

Post at: วันที่ 29 ธ.ค 2553 เวลา 09:51:12
medsai  บอกว่า:

Post at: วันที่ 29 ธ.ค 2553 เวลา 10:00:44
ข้าวตุ๋น  บอกว่า:

Post at: วันที่ 29 ธ.ค 2553 เวลา 18:34:55
ชาวดิน  บอกว่า:

Post at: วันที่ 30 ธ.ค 2553 เวลา 21:31:14
Back to Top