"ยุ้ย"งานเข้า....ช็อตนี้!!! "ต้อง" ขอแฉเต็มๆ

โพสต์ รูปและวีดีโอ
fwdder "ยุ้ย"งานเข้า....ช็อตนี้!!! "ต้อง" ขอแฉเต็มๆ
อันนี้ก็ต้องบอกว่าไม่อยากจะคิดตามว่าช่วงที่ต้องมีปัญหากับธัญ ต้องคงเสียใจมากไม่น้อยเพราะพูดอะไรก็ไม่ได้ เพราะผู้ชายมันไม่ชัดเจน พอได้มาออกล้วงลับตับแตก ความเลยแตกมาหน่อย ที่นี้ใครก็อยากสัมภาษณ์ต้องเพราะคำสัมภษษณ์ที่หลุดปากว่าเกลียดยุ้ยมาก.....

ทำให้มาถึงบทความแฉในวันนี้....

------------------------
 
       “ถ้าใครจะไม่พอใจกับคำตอบต้อง เราก็เข้าใจ เราได้ตอบทุกอย่างไปหมดแล้ว เรารู้สึกยังไงในช่วงเวลา 1 ปี 8 เดือนที่เราทนมา เราก็พูดไปตามนั้น ต้องรู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้องเฟคแล้ว ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เราแคร์พี่ธันญ์ และเขาก็อยู่ในสังกัดเดียวกัน เราก็ไม่อยากทำให้ใครต้องเดือดร้อน เราก็คิดว่าไม่พูดดีกว่า แต่พอ ณ จุดนี้ต้องกับเขาจบกันไปแล้วเลยคิดว่าคงจะพูดได้แล้ว”
       
       “พอรายการออกอากาศไปเขา(ธันญ์)ก็โทรมาเลย ทั้งที่ 3 เดือนที่เลิกกันไปเขาไม่เคยติดต่อมาเลย เขาก็ถามว่ายังไงทำไมไปพูดแบบนั้นตอบตรงตอบแรง ต้องก็อธิบายไปว่า เราพูดไปตามความเป็นจริง มันเป็นข่าวที่มีอยู่แล้ว เขาถามมาต้องก็ตอบ มันไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นไม่รู้ หรือเป็นเรื่องที่เราโกหก เขาก็รับฟัง แต่เขาไม่ได้สั่งห้าม เขาไม่มีสิทธิ์ ณ ตอนนี้เรามันเดินคนละทางกันแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์จะมาพูดแบบนี้”
       
       “เขาก็โกรธที่เรามาพูดแบบนี้ แต่ต้องก็บอกว่ามันเป็นความรู้สึกของเรา ถ้ามีใครจะไปถามเขา เขาจะตอบยังไงมันก็เรื่องของเขา เราก็ไม่ยุ่งเหมือนกัน พอมันเป็น เรื่องต้องก็ว่าจะแถลงข่าวพอมีข่าวออกไปเขาก็โทรมาถามว่าพรุ่งนี้จะทำอะไร เราบอกก็ทำงาน เขาก็ถามจะแถลงอะไร ก็จะแถลงสิ่งที่มันเกิดขึ้น แต่ตอนนี้ไม่แถลงแล้วเพราะที่บ้านอยากให้จบ แต่วันนี้พี่(นักข่าว)มาตามมาถาม เราก็ต้องตอบ”
       
       “เขาก็บอกว่าจะอะไรทำไมนักหนา แต่เขาไม่ได้ห้าม อย่างที่บอกเขาไม่มีสิทธิ์อะไรและต้องก็ไม่ฟัง ต้องก็แค่พูดความจริงและตอบตรงเท่านั้นเอง แต่อย่างว่าถ้าต้องตอบสร้างภาพ มันก็คงไม่ออกมาเป็นแบบนี้”
       
       “ฟีดแบคหลังจากที่ออกมาพูด บางคนเขาบอกว่าอย่างนี้(ยกนิ้วโป้ง) เขาบอกว่าดีไม่เฟคตรงดี แต่ก็คงมีคนที่ไม่ชอบเหมือนกัน เราก็ทำใจไว้แล้วแต่ก็รู้สึกสบายใจนะที่ได้พูดไปแล้ว เรารู้สึกอึดอัดเพราะไม่เคยได้ไปพูดที่ไหน เผอิญว่ารายการก็ถามคำถามตรงและเอาเหตุผล เราก็ไม่รู้จะปั้นเหตุผลอะไรที่มันดูดี และมันก็อยู่ตรงจุดที่ว่า เราไม่ต้องแคร์ใครแล้ว เขาก็ไปแล้ว มันคือความจริงก็พูดไปเลย”
       
       พูดค่อนข้างแรง ถึงขั้นใช้คำว่า “เกลียดยุ้ย”
       “ต้องมีความรู้สึกว่า ตลอดระยะที่เป็นข่าวที่เขาบอกว่า เขาเป็นเพื่อน ถ้าเขาเป็นเพื่อนคุณ และเพื่อนคุณทะเลาะกับแฟนเพราะคุณ ไม่ว่าจะเป็นเพราะข่าวหรืออะไร ทำไมคุณถึงไม่นิ่งทำไมถึงไม่หยุด ซึ่งต้องก็เคยบอกทางฝ่ายชายคนของเราแล้วว่า ช่วยบอกให้เขาเคลียร์ บอก ตรงๆ ว่า ต้องรับไม่ได้กับการให้สัมภาษณ์ของเขา ที่จะแบบว่า คนที่ดีที่สุดที่สนิทที่สุดตอนนี้ก็คือคนของเรา คือบางครั้งทำอะไรเกรงใจคนที่เขายืนอยู่ข้างๆ ธันญ์ตลอดบ้าง ซึ่งถ้าเขาไม่มีอะไร เขาก็ไม่น่าจะให้สัมภาษณ์ว่าสนิทกันกับแฟนของเรา”
       
       “คือคนเรามันควรจะรู้ลิมิต และยิ่งรู้ว่ามีปัญหา และปัญหาจากตัวคุณ คุณบอกคนนี้คือเพื่อน แล้วเห็นเพื่อนมีปัญหากับแฟนทำไมไม่หยุด ทำไมไปตอบอะไรแบบนั้นไม่หยุด ความ จริงต้องมีอะไรอยากจะพูดเยอะมาก แต่ต้องไม่พูดเลย แล้วทำไมเขาไม่หยุด ต้องมีความรู้สึกเขาต้องการพิสูจน์ความเป็นเพื่อนอะไร ต้องการพิสูจน์อะไร หรือต้องการอะไรกันแน่”
       
       “ต้องบอกไปที่คนของเราว่าเคลียร์ให้หน่อย ก็ไม่เคยได้รับฟีดแบคอะไรกลับมา หรือแม้แต่เขาไปทำงานด้วยกัน รับงานอีเว้นท์ร่วมกัน ต้องก็ไม่เคยได้รับคำอธิบายว่า ไปทำในฐานะอะไร เขาไม่เคยแคร์ว่าต้องรู้สึกยังไง จะคบกันทำไมไม่แคร์กัน ต้องเคยถามว่าจะสร้างกระแสกันหรือเปล่า จะปั้นกันหรือเปล่า แต่เขาก็ไม่มีคำอธิบายไม่มีอะไรทั้งสิ้น”
       
       “กับความสัมพันธ์กับเขาที่ผ่านมาบอกตรงๆ ว่า ต้องสงสัยแต่ต้องก็เคลียร์กับคนของเราไม่ไปยุ่งกับอีกฝ่าย อย่าง ง่ายๆ เลยเรื่องโทรศัพท์เราจะหยิบของกันและกันมาดูตลอด ไม่ได้เรียกว่าเช็ค คืออยากหยิบดูก็ดู แต่พอเขาเป็นข่าวด้วยกัน วันดีคืนดีต้องจะหยิบดูโทรศัพท์ เขาไม่ให้ดูเราก็เอ๊ะทำไม เราก็แบบคุยกันหรือเปล่าเนี่ย ส่งข้อความหากันหรือเปล่าขอดูหน่อยนะ เขาก็ไม่ให้ดู(หมายถึงคุยกับยุ้ยหรือเปล่า) ใช่ค่ะ อันนี้เป็นพ้อยท์แรกเลยที่เราสงสัย เขาบอกไม่มีไม่ได้คุย แต่ทำไมถึงดูไม่ได้”

เครดิตจาก ASTVผู้จัดการ






แสดงความคิดเห็นบน facebook
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
Back to Top