ชมปราสาทนิโจ-เที่ยว'กิออง

โพสต์ รูปและวีดีโอ
fwdder ชมปราสาทนิโจ-เที่ยว'กิออง


ท่องเที่ยวต่างประเทศ
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้วันสุข
ปีที่ 6 ฉบับที่ 285 ประจำวัน จันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน 2010
โดย อุษณีษ์


“เกียวโต” เมืองที่ยังมีมรดกโลกอีกหลายแห่งที่น่าไปเยือน โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้แนะนำวัดสำคัญๆที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกไปแล้ว 2 แห่งคือ วัดคิงคะคูจิ และวัดกิงคะคูจิ ซึ่งเป็นวัดสำคัญในสมัยที่เกียวโตมีฐานะเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่น

สัปดาห์นี้สถานที่ท่องเที่ยวในเกียวโตจะเกี่ยวข้องกับปราสาทที่ประทับของโชกุนผู้ ปกครองแคว้นต่างๆในญี่ปุ่น และแหล่งท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมเก่าแก่ของเกียวโตคือ กิออง



ปราสาทนิโจ หรือ Nijo Castle ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่ง สร้างเมื่อปี 1601 ในรัชสมัยโชกุนโทกุกาวา อิเอยาสุ แต่เสร็จในรัชสมัยโชกุนโทกุกาวา อิเอมิสุ เมื่อปี 1626 ใช้เป็นที่ประทับของโชกุนในราชวงศ์โทกุกาวาทุกพระองค์ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่กรุงโตเกียวเมื่อปี 1869 ซึ่งหลังจากย้ายเมืองหลวงไปแล้ว ปราสาทแห่งนี้ยังถูกใช้เป็นที่ทำงานของบรรดาขุนนาง และในสมัยนี้อยู่ในความดูแลของเทศบาลนครเกียวโต

พื้นที่ในตัวปราสาทมีทั้งหมด 275,000 ตารางเมตร เป็นตำหนักที่ประทับของโชกุนและเจ้านายฝ่ายในถึง 8,000 ตารางเมตร ภายในปราสาทแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ส่วน มีลักษณะเหมือนวงแหวนสองชั้น คือส่วนที่เป็นพระราชวังฮอนมารุ และพระราชวังนิโนมารุ โดยพระราชวังนิโนมารุอยู่ด้านนอก และด้านในเป็นพระราชวังฮอนมารุ ทั้งสองส่วนถูกกั้นด้วยคลองขนาดเล็กเพื่อแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน



ในพระราชวังนิโนมารุมีตำหนักที่ประทับสำหรับโชกุนออกว่าราชการ และห้องโถงที่พักของขุนนางที่มารอเข้าเฝ้า ตำหนักสร้างด้วยไม้ทั้งหมด พื้นยกสูงขึ้นมาจากพื้นดินเล็กน้อย ซึ่งเป็นลักษณะของสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่น ด้านในตกแต่งด้วยภาพเขียนสีเป็นรูปดอกไม้และตราสัญลักษณ์ของโชกุน นอกจากนั้นเป็นห้องต่างๆสำหรับข้าราชบริพาร



เมื่อผ่านพระราชวังนิโนมารุจะเข้ามายังพื้นที่พระราชวังฮอนมารุจะต้องเดินข้ามสะพานผ่านคลองที่ขุดล้อมรอบตัวพระราชวัง เมื่อข้ามมาจะพบกับส่วนที่เป็นอาคารหลังเล็กๆล้อมรอบตัวพระราชวัง อาคารเหล่านี้เป็นเหมือนกำแพงกั้นระหว่างพระราชวังกับพื้นที่ด้านนอก

ภายในเขตพระราชวังฮอนมารุมีพื้นที่ 1,600 ตารางเมตร ประกอบด้วยส่วนที่ประทับของโชกุนและราชวงศ์ ห้องรับรองแขก ห้องนั่งเล่น และห้องโถงทางเข้า รวมถึงห้องครัวและที่พักของข้าราชบริพารฝ่ายใน อาคารแต่ละหลังจะมีทางเดินเชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด ส่วนตรงกลางระหว่างอาคารแต่ละหลังจะปลูกดอกไม้และจัดสวนแบบญี่ปุ่นอย่างสวยงาม ตำหนักที่ประทับของโชกุนและอาคารในพระราชวังฮอนมารุสร้างด้วยไม้ เน้นการตกแต่งด้านในด้วยภาพเขียนสีฝีมือศิลปินชาวญี่ปุ่นสมัยก่อน

พื้นที่ภายในพระราชวังมีการปรับปรุงมาหลายยุคสมัย เดิมเรียกว่าพระราชวังคัตสุระ ต่อมามีการปรับปรุงใหม่เมื่อปี 1983 และเปลี่ยนชื่อเป็นพระราชวังฮอนมารุ ซึ่งดั้งเดิมมีอาคารถึง 55 หลัง แต่ละหลังจะมีขนาดเล็ก ทั้งนี้ พระราชวังฮอนมารุเคยใช้เป็นสถานที่จัดงานเฉลิมฉลองในการขึ้นครองราชย์ของจักรพรรดิฮิโรฮิโตะเมื่อปี 1928



ความงดงามของปราสาทนิโจ นอกจากพระราชวังทั้งสองแห่งแล้วยังมีจุดที่น่าสนใจคือ สวนดอกไม้หลายแห่ง ซึ่งปลูกดอกไม้พื้นเมืองของญี่ปุ่น รวมทั้งต้นซากุระและต้นอูเมะหรือแอปริคอทของญี่ปุ่น สวนที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในตัวปราสาทมีชื่อว่า เซอิรุเอน อยู่ส่วนทิศเหนือของตัวปราสาท สร้างเมื่อปี 1965 เป็นสวนที่สร้างขึ้นโดยเทศบาลนครเกียวโต มีศาลาไม้ 2 หลัง สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จัดงานเลี้ยงน้ำชาต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มาเยือนนครเกียวโต

ในปัจจุบันเทศบาลนครเกียวโตเป็นผู้ดูแลปราสาทนิโจทั้งหมดหลังจากมีการยกให้เทศบาลนครเกียวโตเพื่อเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมตั้งแต่ปี 1939 เป็นต้นมา

จากปราสาทนิโจมาถึงแหล่งท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมที่สำคัญของเกียวโตที่เรียกว่าย่านกิออง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ส่วนทิศเหนือและใต้ของถนนชิโจ และอยู่ด้านหน้าวัดยาซากะ ย่านกิอองถือเป็นแหล่งบันเทิงที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีการแสดงของผู้หญิงญี่ปุ่นที่แต่งกายด้วยชุดประจำชาติเล่นดนตรีและรำแบบพื้นเมืองของญี่ปุ่นที่คนส่วนใหญ่เรียกว่าเกอิชาหรือ Geisha



แต่สำหรับที่เกียวโตจะเรียกผู้หญิงเหล่านี้อีกชื่อหนึ่งว่าเกอิโกะหรือ Geiko ซึ่งความหมายของเกอิโกะกับเกอิชาจะคล้ายกันคือ หมายถึงผู้หญิงที่มีความสามารถด้านศิลปะการรำและเล่นดนตรีเพื่อให้ความบันเทิงกับแขกที่มารับประทานอาหาร นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกอีกแบบหนึ่งว่าไมโกะหรือ Maiko หมายถึงผู้หญิงที่กำลังหัดร่ายรำและเล่นดนตรี หรือเกอิชาฝึกหัดนั่นเอง



ย่านกิอองได้รับการยกย่องให้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเกียวโต แม้ว่าเทศบาลนครเกียวโตเคยพยายามที่จะปรับปรุงย่านนี้หลายครั้งแต่ได้รับการคัดค้าน เพราะในเวลานี้เป็นเขตที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ ซึ่งนอกจากจะได้ชมการแสดงของหญิงสาวในชุดประจำชาติแล้ว ยังได้เห็นบ้านที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียกว่ามาชิยะ ที่มีความหมายว่าทาวน์เฮาส์ และโอชายะ หมายถึงร้านน้ำชา ส่วนใหญ่เป็นอาคารสร้างด้วยไม้ ด้านในเป็นร้านอาหาร และมีการแสดงพื้นเมืองของเกอิโกะให้นักท่องเที่ยวชมในตอนกลางคืน



แม้ว่าย่านกิอองจะมีชื่อเสียงในด้านการให้ความบันเทิงกับนักท่องเที่ยวในยามกลางคืน แต่ไม่ใช่พื้นที่ที่มีการขายบริการทางเพศหรือที่ชาวตะวันตกเรียกว่า red-light district ซึ่งในนครเกียวโตมีย่านนี้ที่เรียกว่าชิมาบาระเอาไว้ให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความสนุกสนานแบบทันสมัย แต่ย่านกิอองจะได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่น



ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6 ฉบับ 285 วันที่ 13 - 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 หน้า 42 คอลัมน์ smallworld โดย อุษณีษ์ สาลิฟา




แสดงความคิดเห็นบน facebook
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
koykoykoy  บอกว่า:

ไปเที่ยว

Post at: วันที่ 22 ธ.ค 2553 เวลา 12:53:44
roses  บอกว่า:

ไปด้วย

Post at: วันที่ 22 ธ.ค 2553 เวลา 12:55:15
toeyfantasy  บอกว่า:

Post at: วันที่ 22 ธ.ค 2553 เวลา 13:44:19
ชาวดิน  บอกว่า:

ขอบคุณครับ

Post at: วันที่ 22 ธ.ค 2553 เวลา 21:00:16
Back to Top