เดินตลาดผ้าดูสีเสื้อที่เมืองอุดรฯ แล้วไปหาของใส่อุทรที่สี่ตลาดกลางคืนให้อุดม Posted by ชาร

โพสต์ รูปและวีดีโอ
fwdder เดินตลาดผ้าดูสีเสื้อที่เมืองอุดรฯ แล้วไปหาของใส่อุทรที่สี่ตลาดกลางคืนให้อุดม Posted by ชาร


เห็นภาพนี้แล้วก็ชวนให้คิดถึงเพลงอดีตรักทองกวาว ที่คุณติ๋ว-ศันสนีย์ นาคพงศ์ ร้องไว้เมื่อเกือบ 30 ปีก่อนว่า ..เห็นทองกวาวร่วงหล่นบนพื้นหญ้า กลางพนาท้องทุ่งรุ่งไสว ดอกสีแดงแฝงสีส้มพรมพิไล.. เป็นการคิดถึงเนื้อหาและท่วงทำนองของเพลง ส่วนคนร้องถึงวันนี้ก็น่าจะอยู่ในวันที่เลยหลักสี่จนขึ้นหลักห้าไปแล้ว ก็เลยเลือกที่จะเก็บไว้เป็นความทรงจำ เพราะแต่ละวันก็มีนักร้องรุ่นเอ๊าะเกิดขึ้นมาใหม่จนแทบจะแอบเก็บมาคิดถึงได้ไม่หมดอยู่แล้ว 

ดอกทองกวาวเป็นไม้มงคลด้วยชื่อที่ฟังแล้วเหมือนกับมีทองอยู่เยอะแยะ หลายจังหวัดก็เลยเอาไปใช้เป็นดอกไม้ประจำจังหวัด ทั้งเชียงใหม่ ลำพูน อำนาจเจริญ รวมทั้งจังหวัดอุดรธานีนี้ด้วย คนทางเหนือจะเรียกต้นทองกวาวสั้น ๆ ว่า กวาว หรือ ก๋าว แต่ถ้าไปทางอีสานดูจะคุ้นกับชื่อต้นจานมากกว่า ส่วนคนทางภาคกลางหลายคนก็เรียกต้นนี้ว่าต้นทองธรรมชาติ มีข้อควรระวังอยู่เหมือนกันว่าเวลาที่จะเรียกชื่อดอกไม้ชนิดนี้ ก็ควรจะเรียกชื่อให้เต็ม ๆ ว่า ดอกทองกวาว หรือดอกทองธรรมชาติ จะไปเรียกย่อ ๆ หรือสั้น ๆ ได้ยินแล้วอาจจะไม่ค่อยรื่นหูนัก

อุดรธานีเป็นจังหวัดใหญ่ มีอำเภออยู่ด้วยกันถึง 20 อำเภอ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ สักประมาณ 560 กม. อยู่เลยขอนแก่นขึ้นไป และอยู่ก่อนที่จะถึงหนองคาย ออกรถตอนเช้า บ่ายต้น ๆ ก็ไปนั่งกินข้าวอยู่ที่อุดรธานีได้แล้ว ตัวเมืองอุดรธานีมีถนนตรอกซอกซอยตัดไขว้กันไปไขว้กันมาเยอะ นาน ๆ ไปสักทีก็มักจะขับรถหลุดหลงทางบ่อย โดยเฉพาะตอนที่เข้าวงเวียนแล้วเลี้ยวเข้าผิดทางแยก ส่วนใหญ่ก็อาศัยใช้เอาสถานีรถไฟกับหนองประจักษ์เป็นหลักยึดในการจับหาทิศทาง

 

เมืองใหญ่อย่างอุดรธานีมีคนมาอยู่กันเยอะ จะค้าขายอะไรก็ดูจะเป็นเงินเป็นทองไปเสียหมด เอาแค่ตลาดสดเฉพาะในตัวเมือง ก็เห็นมีอยู่มากมายหลายตลาด แต่ละแห่งก็ใหญ่ ๆ กันทั้งนั้น เฉพาะตลาดเทศบาลก็มีอยู่ 2 ตลาดอยู่ติดกัน ตลาดอุดรเงินแชร์ ตลาดบ้านห้วยก็มี 2 ตลาด ตลาดโพศรี ตลาดไทยอิสาณ ตลาดอุดรเมืองทอง ตลาดหนองบัว ตลาดหนองขอนกว้าง ตลาดไทยศิริ ฯลฯ

 

เงินที่มีคนเอามาใช้จ่ายกันในตัวเมืองอุดรธานี ไม่ได้มีที่มาเฉพาะจากกระเป๋าของคนอุดรฯ เท่านั้น แต่ยังมาจากคนในจังหวัดข้างเคียง และคนในประเทศเพื่อนบ้านที่ยังพอจะเป็นมิตรคบหากันดีอยู่ ส่วนเงินในกระเป๋าของคนอุดรฯ เองนั้นก็มีอยู่เยอะไม่น้อย ว่ากันว่าแหล่งรายได้มีที่มาจากผลผลิตทางการเกษตรหลายตัว อีกส่วนหนึ่งมาจากหยาดเหงื่อแรงงานที่ไปใช้ชีวิตกันอยู่ในต่างแดน และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากเขยอุดรฯ ที่เป็นฝรั่ง เฉพาะตลาดค้าผ้าที่เมืองอุดรธานีอย่างเดียว ตัวเลขที่พูดกันนั้นปีหนึ่งมีคนบอกว่าสูงเกินหมื่นล้านบาท

 

ตลาดผ้าแหล่งใหญ่ของเมืองอุดรธานีจะอยู่ตรงวงเวียนห้าแยกที่มีน้ำพุ เหมือนตลาดแถว ๆ ประตูน้ำ หรือโบ๊เบ๊ ที่กรุงเทพฯ ข้างในมีช้อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่ขายเสื้อผ้าที่ชื่อพระยาอุดร สินค้าที่เอามาขายส่วนหนึ่งก็เอามาจากกรุงเทพฯ นี่แหละ มีมาจากจังหวัดอื่นบ้าง ในอุดรฯ เองก็คงจะมีบ้าง ไม่ยัดใส่ใต้ท้องรถทัวร์ขนมาลงตอนเช้า ก็มีรถบรรทุกขนเอามาส่งให้ เดี๋ยวนี้มีคนขยับขยายไปสร้างอุดรโบ๊เบ๊ อยู่ออกไปนอกตัวเมืองหน่อยแต่ก็จอดรถสะดวกกว่า

 

แต่ถ้าเป็นแหล่งเสื้อผ้ามือสองก็ต้องที่ตลาดสดโพศรี ไปตามถนนโพศรีอยู่เลยหนองประจักษ์ไปหน่อย ที่นี่มีร้านขายอยู่รายรอบตลาด

 

ไปอุดรธานีทุกครั้งไม่ค่อยชอบที่จะนอนเร็ว พอตกเย็น ๆ หรือค่ำ ๆ ก็ชอบที่จะออกไปเดินดูตลาดขายของกลางคืนแถวสถานีรถไฟอุดรธานี ตรงหัวถนนประจักษ์ศิลปาคม ที่เดี๋ยวนี้ขยับขยายพื้นที่ให้เดินกันได้ต่อเนื่องถึง 4 ตลาดใหญ่ ๆ เรียกว่าเดินกันจนเมื่อยแล้วก็ยังไม่ทั่ว ตัวอาคารสถานีรถไฟปรับปรุงใหม่แล้วก็มีสวยขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

 

ถ้าไปตามถนนประจักษ์ศิลปาคมจากหอนาฬิกา ผ่านไปทางห้าแยกวุ่นวายและเจริญศรีคอมเพล็กซ์ ก็จะไปเจอคลาดปรีชาก่อน มาอุดรธานีครั้งก่อน ๆ ถ้าไม่มีเจ้าภาพชวนไปกินตามร้าน ก็มักจะไปหาอะไรกินง่าย ๆ ที่ตลาดนี้ เขาทำเป็นเหมือนศูนย์อาหาร ซื้อแล้วก็มีโต๊ะไว้ให้นั่งกินแบบไม่แบ่งแยกร้าน แต่ไปอุดรธานีมาเที่ยวนี้ดูตลาดปรีชาจะเงียบเหงาลงกว่าแต่ก่อน ทั้งร้านขายของและร้านอาหารดูเหมือนจะลดน้อยลงไป

 

ที่น่าเสียดายอีกอย่างก็คือไปคราวนี้ไม่ได้เห็นสีสันของหนุ่มพ่อค้าร้านเชงเหลียงที่ขายเฉาก๊วยและเต้าทึง ที่มีลีลาในการจ้วงตักของในแต่ละชามใส่ถ้วยตามที่ลูกค้าเลือกสั่งซึ่งไม่เหมือนใคร และยังพูดคุยไปด้วยแบบเป็นกันเองถูกใจลูกค้า รสชาติหวานหอมกำลังดีใส่เครื่องเยอะและขายไม่แพงแบบนี้ ไปถึงอุดรธานีทุกครั้งก็จะต้องหาโอกาสแวะไปกินให้ได้ ซึ่งก็มักจะเบิ้ลสองถ้วยเสมอ ทั้ง ๆ ที่เงื่อนไขการซื้อกินของร้านนี้ช่างมีอยู่มากมาย เช่น ระหว่างสั่งห้ามโทรศัพท์ ให้บอกว่าจะใส่ถ้วยหรือใส่ถุงก่อนเลือกสินค้า ไม่ให้ขอช้อนหรือถ้วยเพิ่มเพราะไม่ได้แถม ขอซื้อก็ไม่ได้ขาย แบงก์ 500 กับแบงก์ 1000 ไม่รับ ซื้อแค่ 10-15 บาท แบงก์ 100 ก็ไม่ทอน เพราะไม่มีเวลาไปวิ่งแลกเงินมาทอนให้ เป็นต้น

 

เจอแต่น้องผู้หญิงยืนขายอยู่คนเดียวแบบเหงา ๆ ก็เลยสั่งมากินได้แค่ถ้วยเดียว เพราะถึงจะได้รสชาติแต่ก็เหมือนจะขาดสีสันไม่เหมือนเดิม คล้าย ๆ จะได้ยินคนบอกว่าเจ้าตัวขยับขยายไปขายอยู่ที่ตลาดยูดี ส่วนภาพทั้ง 4 ภาพนี้ เป็นภาพเก่าเมื่อครั้งที่ยังไปทำตัววุ่นวายเวลาที่ไปกินเต้าทึงที่ร้านนี้

 

ต่อจากตลาดปรีชาเป็นตลาดที่ชื่อเริ่มอุดม ถ้าฟังมาไม่ผิดทั้งสองตลาดนี้มีเจ้าของเดียวกัน ส่วนชื่อเริ่มอุดมได้ยินแล้วก็จะนึกถึงธุรกิจน้ำตาลทรายที่จังหวัดอุดรธานีขึ้นมาได้ก่อน ดูเหมือนที่ตลาดเริ่มอุดมจะไม่มีของกินขาย ถ้าจะมีก็คงเดินไปยังไม่ถึง ของที่ตลาดนี้มีขายอยู่เยอะหลายอย่าง โดยเฉพาะพวกเสื้อผ้าตามสมัย หลายร้านเห็นเป็นเด็กนักเรียนขายกันอยู่ พ่อแม่คงวางใจปล่อยให้ช่วยขาย หัวค่ำจะมีนักศึกษาสาว ๆ มาเดินซื้อของกันมากหน่อย ยิ่งเห็นใส่เสื้อเบอร์หลาย ๆ ตัว S กันมากขึ้นเท่าไร หัวใจก็มักจะเต้นแรงมากขึ้นเท่านั้น สงสัยจะป่วยเป็นโรคแพ้เครื่องแบบเหมือนกัน

ตลาดเริ่มอุดมจะยาวไปจนถึงสุดถนนประจักษ์ศิลปาคม แล้วทอดตัวยาวไปตามถนนทองใหญ่ ถนนช่วงนี้ขับรถผ่านไปตอนกลางคืนสัก 3 ทุ่ม เจอมอเตอร์ไซค์จอดเรียงรายกันอยู่สองฝั่งถนนจนแทบจะผ่านไม่พ้น การค้าขายที่ไหนจะเงียบเหงาซบเซา แต่เท่าที่ได้ไปเห็นกับตาก็พอจะเชื่อได้ว่าการค้าขายที่อุดรธานียังพอจะคึกคักดีอยู่ ไม่ต้องอาศัยคนต่างชาติที่อาจจะกลัว พรก.ฉุกเฉินก็เลยไม่ยอมมาท่องเที่ยวกันมากนัก แค่กำลังซื้อของคนในพื้นที่ก็น่าจะพอเอาตัวรอดไปได้

 

ฝั่งตรงข้ามถนนกับตลาดเริ่มอุดม เป็นตลาดเซ็นเตอร์พ้อยท์ซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกับสถานีรถไฟ ในตัวอาคารก็เป็นช้อปปิ้งมอลล์เหมือน ๆ กับสองตลาดก่อนหน้านี้ วันที่ไปดูคนจะบางตาไปหน่อย คนขายก็เลยนั่งเหงา ๆ กันไปบ้าง หรืออาจจะยังไม่ได้เวลาของวัยรุ่นเขา

 

ที่ลานด้านหน้าอาคารเป็นแหล่งของกินทั้งยามเย็นและยามกลางคืน โต๊ะที่นั่งเป็นแบบไม่ได้แยกแบ่งร้าน จะสั่งอาหารจากร้านไหนมายั่งกินก็ได้ตามแต่ใจจะชอบ

ไปเจอแป้งจี่ที่ร้านคุณละมัยยังขายอยู่ไม้ละ 5 บาท ส่วนไข่ปิ้งไม้ละ 10 บาท ร้านนี้เขาบอกว่าข้าวนุ่ม ไข่แน่น

 

หมูทอดกับเนื้อทอดของร้านหมูอ้วนเซ็นเตอร์พ้อยท์ยังผูกเป็นพวงขายแบบดั้งเดิม

 

ปลาหมึกย่างทั้งแบบเนื้อและแบบไข่ของร้านโอ๋ปลาหมึกสดย่างก็น่ากินทั้งสองอย่าง

 

ที่ดูจะเป็นเมนูของแทบจะทุกร้านแถวนี้ก็คือปลาทับทิมเผา ขายกันอยู่ที่ตัวละ 110 – 150 บาท แล้วแต่ขนาดของตัวปลา แต่ถ้าจะกินให้ครบเครื่องแบบเมี่ยงปลาทับทิม ก็เพิ่มเงินอีก 20 บาท

 

จากตลาดเซ็นเตอร์พ้อยท์ถ้าข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งของถนนหน้าสถานีรถไฟ ก็จะเป็นตลาดยูดีบาซาร์ขายของยามเย็น ซึ่งยาวขนานไปกับทางรถไฟต่อเนื่องกับยูดีทาวน์ส่วนที่เป็นศูนย์การค้าทันสมัยเปิดขายทั้งวัน ทั้งสองส่วนนี้สร้างอยู่บนพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ ยาวไปจนถึงถนนโพศรี

 

พื้นที่ของยูดีบาซาร์ส่วนหนึ่งจะเป็นเหมือนถนนคนเดินในจังหวัดอื่น ๆ ที่ให้คนที่อยากจะขายของขนเอาของมาวางขายบนพื้นทาง อีกส่วนหนึ่งก็เป็นร้านค้าในพื้นที่เช่า และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นร้านอาหารแบบศูนย์อาหารแต่เปิดเป็นโอเพ่นแอร์ เปิดตัวเองมาได้ยังไม่เต็มปีดี

 

เดินมาจนครบ 4 ตลาด ตัดสินใจปักหลักนั่งกินมื้อเย็นที่ตลาดยูดีบาซาร์ ด้วยเหตุผลที่ว่าอยากจะลองของใหม่ และเมื่อยขาจนขี้เกียจจะเดินย้อนกลับไปหาของกินที่ตลาดอื่น เลือกสั่งเมี่ยงปลาทับทิมเพราะเห็นขายกันอยูหลายร้านน่าจะเป็นอาหารยอดนิยมของที่นี่ น้ำจิ้มมีให้เลือก 2 แบบ ทั้งแบบใส่ถั่วรสชาติออกหวาน และแบบรสเปรี้ยวคล้ายน้ำจิ้มซีฟู้ด เดินไปเลือกสั่งที่แต่ละร้านแล้วก็กลับมานั่งรอให้เขามาส่งให้ที่โต๊ะ

 

เครื่องผักและเครื่องเคียงสำหรับเมี่ยงปลาทับทิม โดยรวม ๆ แล้วก็พอจะไปกันได้ แต่ยังไม่ถึงกับปิ๊งโดนใจ

 

คอหมูย่างกับสูตรน้ำจิ้ม 2 แบบ ทั้งเข้มข้นแบบแจ่ว และแบบแจ่วประยุกต์ที่ปรุงรสให้ออกรสเปรี้ยวหวานนำ

 

ลาบหมูซึ่งจำไม่ได้แล้วว่าสั่งมาจากซุ้มขายอาหารร้านไหน ป้ายโฆษณาหน้าร้านจูงใจดี ทำออกมาหน้าตาก็ดี แต่รสชาติไม่เป็นทั้งลาบและไม่ใช่ทั้งสับปะรด

 

ยำปลาดุกฟูยังทอดเนื้อปลาดุกขูดออกมาไม่ทันได้นุ่มฟู แล้วรสน้ำยำเอาเปรี้ยวแหลมนำ ยังถือว่าไม่ผ่าน

 

ต้มแซ่บซี่โครงอ่อน น้ำซดต้มแซ่บพอไปได้ ถ้าลดความเผ็ดลงได้อีกสักนิดก็ยิ่งดี ส่วนกระดูกอ่อนก็ยังไม่อ่อนสมชื่อ ชิ้นเนื้อติดจะเหนียวแน่นมากกว่าที่จะเหนียวนุ่ม มื้อนี้โดยรวมยังไม่ปันใจให้ แต่เดิมตั้งใจว่าจะเอาท้องมาฝากพึ่งพาอาศัยอยู่หลายวัน พอจบมื้อนี้แล้วคืนอื่นก็เลยแวะไปหาลองที่อื่นแทน

ไม่ว่าจะไปว่าที่ตลาดผ้า หรือตลาดขายของกลางคืน ก็เห็นมีแต่เสื้อผ้าขายกันเกลื่อนไปหมด อาจจะต่างแบรนด์หรือต่างระดับความเป็นสากลนิยมกันไปบ้าง ว่าแต่ว่าอยากจะลองทายกันไหมว่า ที่อุดรธานีนี่เสื้อผ้าสีอะไรขายดีที่สุด !!!

ชาร / 21 สิงหาคม 2553


--




แสดงความคิดเห็นบน facebook
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
Back to Top