สภาล่ม สภาถ่อย ไม่เข้าประชุม ขึ้นเงินท่าน ส.ส.-ส.ว. เพื่อ??

โพสต์ รูปและวีดีโอ
fwdder สภาล่ม สภาถ่อย ไม่เข้าประชุม ขึ้นเงินท่าน ส.ส.-ส.ว. เพื่อ??

สภาล่ม สภาถ่อย ไม่เข้าประชุม ขึ้นเงินท่าน ส.ส.-ส.ว. เพื่อ??

เป็นที่รู้กันของคนโดยทั่วไปที่ไม่มีฝักมีฝ่าย ถึงการทำหน้าที่ของผู้ทรงเกียรติในช่วงที่ผ่านมา ในการพิจารณากฏหมายในเรื่องต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการขาดประชุมทำให้เกิดสภาล่มในหลายครั้ง รวมถึง ส.ส.บางคนที่ไม่เข้าร่วมประชุมแต่ชอบเดินสายเล่นการเมืองนอกสภาหรือข้างถนน โดยเฉพาะการท้าตีท้าต่อย ให้ของลับกันว่อนสภามาแล้วหลายครั้ง อีกทั้งการลงเยี่ยมพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชน ที่ให้การสนับสนุนมาเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ก็เคยมีหรือไม่

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (14 ธันวาคม)  ได้ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการพิจารณาวาระการขึ้นเงินเดือนข้าราชการฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ โดยตัวแทนจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ได้เข้าชี้แจงเหตุผลถึงการขึ้นเงินเดือนข้าราชการร้อยละ 5 ว่า เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นและเพื่อให้ยึดโยงส่วนอื่น ๆ มีรัฐมนตรีหลายคนอภิปรายสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงกับบอกว่า ส.ส.เป็นอาชีพที่มีเกียรติแต่สวัสดิการที่โหลยโท่ยมากเมื่อเปรียบเทียบกับข้าราชการทั่วไป นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ระบุว่าส.ส.และส.ว.ไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือนมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548 เนื่องจากสถานการณ์ประเทศขณะนั้นมีความปั่นป่วน มีการเลือกตั้งหลยครั้ง จากนั้นปี 2550 เป็นรัฐบาลมาจากการปฎิรูปการปกครองไม่มีรัฐสภา จึงไม่มีการปรับค่าตอบแทนฝ่ายนิติบัญญัติเช่นเดิม กระทั่งวันนี้ส.ส. มีเงินน้อยกว่าอัยการจังหวัดเสียอีก

ขณะที่ด้าน นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที   ได้เสนอให้เพิ่มค่ารักษาค่าพยาบาล เนื่องจากส.ส.และส.ว.มีอายุมาก หน้าที่การงานต้องเดินทางบ่อยมีความเสี่ยงสูง ควรจะเพิ่มเบี้ยประกันจาก 2 หมื่นบาทเป็น 5 หมื่นบาท และไม่ควรกำหนดให้รักษาตัวให้โรงพยาบาลของรัฐเท่านั้น อย่างไรก็ตามแม้ว่ารัฐมนตรีหลายคนจะอภิปรายสนับสนุน แต่นายกรัฐมนตรี ค่อนข้างกังวลว่ากระแสสังคมจะไม่เห็นด้วย โดยนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ซึ่งสนับสนุนให้ปรับเงินเดือนขึ้น แต่เสนอทางเลือกว่าหากกระแสสังคมต่อต้านมากอาจจะเลือกเพิ่มสวัสดิการให้

แต่กระนั้น ด้านนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เสนอให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้อธิบายต่อสังคมโดยระบุว่านายกฯนั้น เป็นผู้มีอัจริยภาพในเรื่องการชี้แจงต่อสังคม ไม่ทำให้ภาพลักษณ์รัฐบาลเสียหาย ในที่สุดที่ประชุมก็มีมติให้ขึ้นเงินเดือนส.ส.และส.ว. 14.-14.7% โดยนำเอาสัดส่วนที่ไม่ได้ขึ้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548 มาคำนวณรวมไปด้วย แต่ในส่วนของค่าเดินทางและสวัสดิการรักษาพยาบาลยังไม่ได้มีสรุป สำหรับค่าเดินทางมีข้อเสนอหลายแนวทาง  โดยนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ เสนอให้เปลี่ยนวิธีการเบิกค่าเดินทางจากที่ไม่กำหนดเที่ยวการเดินทาง ให้ระบุว่าต้องเบิกค่าเดินทางในวันที่มีการประชุมสภาเท่านั้น ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เสนอให้เหมาจ่ายค่าเดินทางเป็นรายปีจากเดินที่เบิกได้ตลอดเวลา

โดย Mthai news


            สภาล่ม สภาถ่อย ไม่เข้าประชุม ขึ้นเงินท่าน ส.ส.-ส.ว. เพื่อ

            

เป็นที่รู้กันของคนโดยทั่วไปที่ไม่มีฝักมีฝ่าย ถึงการทำหน้าที่ของผู้ทรงเกียรติในช่วงที่ผ่านมา ในการพิจารณากฏหมายในเรื่องต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการขาดประชุมทำให้เกิดสภาล้มในหลายครั้ง รวมถึง ส.ส.บางคนที่ไม่เข้าร่วมประชุมแต่ชอบเดินสายเล่นการเมืองนอกสภาหรือข้างถนน โดยเฉพาะการท้าตีท้าต่อย ให้ของลับกันว่อนสภามาแล้วหลายครั้ง อีกทั้งการลงเยี่ยมพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชน ที่ให้การสนับสนุนมาเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ก็เคยมีหรือไม่

ซึ่งทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่ออังคารที่ผ่านมา (14 ธันวาคม) ได้ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการพิจารณาวาระการขึ้นเงินเดือนข้าราชการฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ โดยตัวแทนจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ได้เข้าชี้แจงเหตุผลถึงการขึ้นเงินเดือนข้าราชการร้อยละ 5 ว่าเพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นและเพื่อให้ยึดโยงส่วนอื่น ๆ มีรัฐมนตรีหลายคนอภิปรายสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงกับบอกว่า ส.ส.เป็นอาชีพที่มีเกียรติแต่สวัสดิการที่โหลยโท่ยมากเมื่อเปรียบเทียบกับข้าราชการทั่วไป นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ระบุว่าส.ส.และส.ว.ไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือนมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548 เนื่องจากสถานการณ์ประเทศขณะนั้นมีความปั่นป่วน มีการเลือกตั้งหลยครั้ง จากนั้นปี 2550 เป็นรัฐบาลมาจากการปฎิรูปการปกครองไม่มีรัฐสภา จึงไม่มีการปรับค่าตอบแทนฝ่ายนิติบัญญัติเช่นเดิม กระทั่งวันนี้ส.ส. มีเงินน้อยกว่าอัยการจังหวัดเสียอีก

ขณะที่ด้าน นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที ได้เสนอให้เพิ่มค่ารักษาค่าพยาบาล เนื่องจากส.ส.และส.ว.มีอายุมาก หน้าที่การงานต้องเดินทางบ่อยมีความเสี่ยงสูง ควรจะเพิ่มเบี้ยประกันจาก 2 หมื่นบาทเป็น 5 หมื่นบาท และไม่ควรกำหนดให้รักษาตัวให้โรงพยาบาลของรัฐเท่านั้น อย่างไรก็ตามแม้ว่ารัฐมนตรีหลายคนจะอภิปรายสนับสนุน แต่นายกรัฐมนตรี ค่อนข้างกังวลว่ากระแสสังคมจะไม่เห็นด้วย โดยนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ซึ่งสนับสนุนให้ปรับเงินเดือนขึ้น แต่เสนอทางเลือกว่าหากกระแสสังคมต่อต้านมากอาจจะเลือกเพิ่มสวัสดิการให้

แต่กระนั้น ด้านนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เสนอให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้อธิบายต่อสังคมโดยระบุว่านายกนั้นเป็นผู้มีอัจริยภาพในเรื่องการชี้แจงต่อสังคม ไม่ทำให้ภาพลักษณ์รัฐบาลเสียหาย ในที่สุดที่ประชุมก็มีมติให้ขึ้นเงินเดือนส.ส.และส.ว. 14.-14.7% โดยนำเอาสัดส่วนที่ไม่ได้ขึ้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548 มาคำนวณรวมไปด้วย แต่ในส่วนของค่าเดินทางและสวัสดิการรักษาพยาบาลยังไม่ได้มีสรุป สำหรับค่าเดินทางมีข้อเสนอหลายแนวทาง โดยนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ เสนอให้เปลี่ยนวิธีการเบิกค่าเดินทางจากที่ไม่กำหนดเที่ยวการเดินทาง ให้ระบุว่าต้องเบิกค่าเดินทางในวันที่มีการประชุมสภาเท่านั้น ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เสนอให้เหมาจ่ายค่าเดินทางเป็นรายปีจากเดินที่เบิกได้ตลอดเวลา



แสดงความคิดเห็นบน facebook
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
kakaz  บอกว่า:

เอาเงินไปสร้างสาธารณูปโภคดีกว่าครับ ไห้เงินพวกนี้ ไร้ค่าจริงๆ

Post at: วันที่ 19 ธ.ค 2553 เวลา 16:28:58
Back to Top