สุขในโลก สุขในธรรม

โพสต์ รูปและวีดีโอ
fwdder สุขในโลก สุขในธรรม

สุขในโลก สุขในธรรม

 

                หลวงพ่อปราโมทย์ :ชีวิตจริงๆ มันไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิดไว้ ถ้ามีธรรมะนะ เราถึงจะเข้าถึงความสุขจริงๆ ความสุขที่คนในโลกรู้จัก เนี่ย! มันเป็นความสุขที่อิงอาศัยคนอื่น อิงอาศัยสิ่งอื่น เป็น ความสุขที่ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง อย่างเราจะมีความสุขนะถ้าเราได้อยู่กับคนๆนี้ เราจะมีความสุขนะถ้าเราได้กินสิ่งนี้  เราได้ดูอันนี้  ได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ได้เห็นอันโน้นเห็นอันนี้ นี่ความสุขที่มันอิงอาศัยสิ่งข้างนอก ความสุขที่อาศัยตาไปมอง อาศัยหูไปฟัง ได้ฟังนักร้องคนนี้แล้วมีความสุข ได้ฟังคำชมแล้วมีความสุข หรือได้อาศัยลิ้นไปรู้รสนะ ได้กินอันนี้แล้วมีความสุข รสชาด ได้สัมผัสอย่างนี้มีความสุข ใจเราก็หาความสุขอย่งนี้ ชาวโลกและสัตว์ทั้งหลาย หาความสุขอย่างนี้ ความสุขที่อิงอาศัยคนอื่น อิงอาศัยสิ่งอื่นเป็นความสุขชั่วครั้งชั่วคราว มันปิดบังความจริง คือปิดบังความทุกข์เอาไว้เท่านั้นเอง

 

                อย่างกลุ้มใจขึ้นมาไปดูหนังไปฟังเพลง มันก็มีความสุขประเดี๋ยวประด๋าว ประเดี๋ยวความทุกข์มันก็ตามมาอีกแล้ว หรือทำไปกินเหล้า ให้ลืมๆไป พอสร่างเมาปัญหาเก่าๆ ก็กลับมาอีก ก็มีความทุกข์อย่างเดิม ความทุกข์มากกว่าเก่าคือปวดหัว กินเหล้าแล้วปวดหัว หรือกินเหล้าแล้วเศรษฐกิจไม่ดี คนในโลกมันไปหาความสุขแบบอาศัยสิ่งภายนอก อาศัยรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ความสุขอย่างนี้เรียกว่ากามสุข กามสุขนี่คนทั้งหลายเค้าก็หากัน สัตว์ทั้งหลายก็หาเหมือนๆกัน มีเหมือนกันสุขชนิดนี้ แต่สุขชนิดนี้แวบเดียว ชั่วคราว    อย่างเราอยากได้อะไรสักอย่างหนึ่งนะ เก็บเงินตั้งนานหลายเดือน เก็บเงินไว้ พอไปซื้อ พอได้มามีความสุขประเดี๋ยวเดียว บางคนชอบเก็บของไว้เต็มบ้าน เห็นอันโน้นอยากได้ เห็นอันนี้อยากได้นะ เก็บไว้ มีความสุขตอนที่ไปซื้อมาได้ตอนที่ได้มา เสร็จแล้วก็มาตั้งไว้แล้วก็ลืมไปนะ ขี้ฝุ่นจับ อะไรอย่างนี้  มีความสุขก็ต้องวิ่งไปหาอีก ในที่สุดก็หาที่นั่งที่นอนไม่ได้ เต็มบ้าน เป็นความสุขที่อิงอาศัยของข้างนอก เท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะว่าพอได้รับความสุขก็ได้แป๊ปเดียว ใจมันจะมีความทุกข์อีกแล้ว พอใจเรามีความทุกข์ขึ้นมาอีก ความทุกข์มันเป็นความจริงของชีวิต พอมีความสุขมาแวบเดียว ความทุกข์ตามมาอีก ก็ต้องไปดิ้นรนหาผัสสะ หารูป เสียง กลิ่น รส สัมผัมที่ดีๆ มาอีกแล้ว ทีนี้ คนที่เค้าไม่ได้ศึกษาธรรมะ เขาก็หาความสุขได้แค่นั้นแหละ พวกเราศึกษาธรรมะเราก็มีความสุขที่มากกว่านั้น ศึกษาธรรมะแล้ว คนที่ไม่มีศีลก็มีศีล คนที่ไม่มีสมาธิก็มีสมาธิ คนที่ไม่เคยมีปัญญามีปัญญา เมื่อ มีศีลก็มีความสุขอย่างคนมีศ๊ล มีสมาธิก็มีความสุขอย่างคนมีสมาธิ มีปัญญาก็มีความสุขอย่างคนที่มีปัญญา ถึงจุดหนึ่งมีวิมุตติ มีความหลุดพ้นก็มีความสุขอย่างผู้ที่หลุดพ้นนะ ไม่ใข่คนหลุดพ้นแล้วคราวนี้ไม่มีคน นี่ความสุขก็มีเป็นขั้นๆไป ก็แล้วแต่ว่าใครจะหาได้แค่ไหน ตามสติตามปัญญาของแต่ละคน

 

 

                CD ศาลาลุงชินครั้งที่ ๑๖ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๐

                File: 501216

                นาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๐ ถึงนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๒๒

 

 

                หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น

                อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด

 

แหล่งที่มา : http://www.dhammada.net/2010/10/15/5074/

 




แสดงความคิดเห็นบน facebook
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
koykoykoy  บอกว่า:

ขอบคุณมากๆค่ะ เดี๋ยวนี้เวลาทุกข์เมื่อไหร่ แก้ปัญหาไม่ได้ จะใช้วิธีหยุดเอาไว้ก่อนค่ะ

Post at: วันที่ 7 ธ.ค 2553 เวลา 10:19:44
d boey  บอกว่า:

สาธุ ขอบคุณครับ

Post at: วันที่ 7 ธ.ค 2553 เวลา 13:50:07
KOMSUN  บอกว่า:

ความสุขจริงๆคือการตัดกิเลส ใช่ใหมครับหลวงพ่อ

Post at: วันที่ 7 ธ.ค 2553 เวลา 15:06:28
Back to Top