'แลก'จนได้ดี-จาก'มือถือ'ได้ขี่'พอร์ช'

โพสต์ รูปและวีดีโอ
fwdder 'แลก'จนได้ดี-จาก'มือถือ'ได้ขี่'พอร์ช'
ออร์ติซขับพอร์ชที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อแม้แต่เซ็นต์เดียวอย่างภาคภูมิใจ
        เดลิเมล์ - สำหรับวัยรุ่นส่วนใหญ่ การแลกโทรศัพท์มือถือที่ตกรุ่นไปนานแล้วกับอัลบั้มล่าสุดของจัสติน บีเบอร์ หรือแผ่นทไวไลท์กับเพื่อน ถือว่าเริดแล้ว
       
       แต่สำหรับสตีเวน ออร์ติซ วัย 17 ปี เป้าหมายของเขาสูงกว่านั้น โดยหลังจากแลกเปลี่ยนของหลากหลายประเภทมาพักใหญ่ ในที่สุดตอนนี้หนุ่มน้อยสตีเวนมีรถพอร์ชขับไปโรงเรียนให้เพื่อนฝูงอิจฉาตาร้อน
       
       สตีเวนเริ่มแลกเปลี่ยนของเมื่อสองปีที่แล้ว โดยเริ่มจากโทรศัพท์มือถือของเพื่อน
       
       หลังจากเข้าเว็บไซต์เครกลิสต์แลกเปลี่ยนสิ่งของมากมาย ทั้งโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ แล็ปท็อป มอเตอร์ไซค์ และกระทั่งรถโฟร์วีล สุดท้ายจึงถึงคิวที่สตีเวนได้เป็นเจ้าของพอร์ชเปิดประทุนโดยไม่ต้องเสียเงินเสียทองแม้แต่น้อย
       
       “มีหลายคนเคยถามผมว่า ‘นายเอาโทรศัพท์ไปแลกรถได้ไหม?’ สตีเวน ที่เป็นที่อิจฉาของเพื่อนทุกครั้งที่ขับรถสปอร์ตคันงามเข้าไปจอดในที่จอดรถสำหรับนักเรียนของโรงเรียนมัธยมชาร์เตอร์ โอ๊กในแคลิฟอร์เนีย เล่า
       
       “ผมแค่ตอบว่า ‘ได้ แต่คงไม่ง่ายนักหรอก’”
       
       สตีเวนปลูกฝังนิสัยการรักการแลกเปลี่ยนออนไลน์ก่อนจะเริ่มการแลกเปลี่ยนที่นำพาเขาไปหาพอร์ช
       
       ตอนเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เขาซื้อโทรศัพท์ที่เพื่อนไม่ต้องการแล้วด้วยราคาราว 20 ปอนด์ ซ่อมแซมและปรับแต่งนิดหน่อยก่อนนำไปขายทางอินเทอร์เน็ตได้กำไรมา 3 เท่า
       
       เอสเตบัน ออร์ติซ พ่อของสตีเวน ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์พาซาดีนา สตาร์-นิวส์ ว่าลูกชายช่วยได้มากตอนที่ครอบครัวต้องการของใช้ต่างๆ เช่น เครื่องซักผ้าใหม่ หรือเครื่องอบผ้า ด้วยการสอดส่ายสายตาหาของที่คนอื่นทิ้งแล้วโดยที่ต้องเสียเงินน้อยมากหรือไม่เสียเลย และนำมาซ่อมใหม่ในราคาย่อมเยา
       
       “ผมคิดว่านี่เป็นการสอนบางอย่างให้แก่เขา ผมอยากให้เขาเรียนมหาวิทยาลัยและทำบางสิ่งที่ดีในชีวิต เขากำลังเรียนรู้ค่าของสิ่งต่างๆ ความรับผิดชอบ และทักษะในการต่อรอง”
       
       การแลกเปลี่ยนที่นำไปสู่พอร์ชเริ่มต้นขึ้นเมื่อสตีเวนแลกโทรศัพท์มือถือที่เพื่อนไม่ต้องการแล้วเป็นมือถือรุ่นใหม่ขึ้น แล้วไปแลกต่อเป็นไอพ็อด ทัช, แม็คบุ๊ก โปร, มอเตอร์ไซค์ และรถอีกหลายยี่ห้อหลายรุ่น อาทิ โตโยต้าโฟร์วีลรุ่นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และฟอร์ด บรองโกปี 1975 หนึ่งในรุ่นขวัญใจนักสะสม
       
       เขาได้รถยนต์เป็นของตัวเองตอนอายุ 15 ปี แต่ความที่ยังไม่มีใบขับขี่จึงนำไปแลกกับรถกอล์ฟ ก่อนกลับมาแลกรถอีกครั้งหลังได้ใบขับขี่เมื่อปีที่แล้ว
       
       สตีเวนบอกว่า จริงๆ แล้วการแลกบรองโกกับพอร์ชปี 2000 ถือว่าขาดทุน เพราะบรองโกราคาตอนนี้อยู่ที่ 10,000 ปอนด์ ส่วนราคาพอร์ชแค่ 6,000 ปอนด์ แถมยังมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างแพง เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องครั้งละ 100 ปอนด์ และตรวจเช็คสภาพตามปกติอีกครั้งละ 1,000 ปอนด์
       
       เขาบอกว่า เป้าหมายหน้าคือรถที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่านี้
       
       นอกจากนั้น สตีเวนยังต้องพยายามต่อไป หากต้องการเทียบรุ่นไคลี แมคโดนัลด์ หนุ่มแคนาดาที่ดังในชั่วข้ามคืน จากการแลกเปลี่ยนของที่เริ่มต้นด้วยคลิปสีแดงตัวเดียวและไปลงเอยที่บ้านสองชั้นในฟาร์ม




แสดงความคิดเห็นบน facebook
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
Back to Top