ไทย ติดอันดับ 7 "ธุรกิจนอกระบบ" สูงสุดในโลก

โพสต์ รูปและวีดีโอ
fwdder ไทย ติดอันดับ 7 "ธุรกิจนอกระบบ" สูงสุดในโลก
ผลการสำรวจธุรกิจนอกระบบ ที่หลีกเลี่ยงภาษี ปี 1999-2007 ประเทศไทยมีสัดส่วนธุรกิจนอกระบบสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก มีสัดส่วนถึง 57.2% ของจีดีพี กัมพูชาติดอันดับ 12 และฟิลิปปินส์ ติดอันดับ 25 ส่วนประเทศที่มากสุดคือ จอร์เจีย 72.5% และสหรัฐฯมีธุรกิจนอกระบบน้อยสุดคือ 9.0%
       
       ในแต่ละประเทศจะมีเศรษฐกิจ 2 ส่วน คือ เศรษฐกิจในระบบ และเศรษฐกิจหรือธุรกิจนอกระบบ เศรษฐกิจในระบบนั้นรัฐบาล และสถาบันการเงินสามารถวัดได้จากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี, การจ่ายภาษี, การส่งเงินสมทบประกันสังคม, ตัวเลขการจ้างงาน ส่วนเศรษฐกิจนอกระบบนั้น การสร้างเงินและการสร้างงานอยู่นอกระบบเศรษฐกิจ (ทำให้ไม่มีการจ่ายภาษี)ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจถูกกฎหมาย หรือผิดกฎหมาย มีมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ที่มีธุรกิจนอกระบบเป็นสัดส่วนเกินกว่า 40%ของจีดีพี
       
       ประเทศที่มีธุรกิจนอกระบบสัดส่วนสูงสุดต่อจีดีพี คือ จอร์เจีย ในปี 2007 ธุรกิจนอกระบบมีสัดส่วนถึง 72.5% ของจีดีพี รัฐบาลสูญเสียรายได้จากภาษีเป็นพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นเงินที่ควรจะ ถูกนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ชำระคืนหนี้ สร้างโรงเรียน สร้างถนน ประเทศที่มีธุรกิจนอกระบบน้อยที่สุด คือ สหรัฐอเมริกามีเพียง 9%ของจีดีพี 14.26 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก สามารถจัดเก็บภาษีได้ถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในแต่ละปี
       
       ปริมาณของธุรกิจนอกระบบถือว่ามีสำคัญ เห็นได้ชัดในช่วงที่กรีซประสบวิกฤติหนี้ของประเทศ ปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันประเทศนี้ไปสู่การล้มละลายคือการที่องค์กรธุรกิจและลูกจ้างมีการหลบเลี่ยงภาษี มากกว่า 3.1 หมื่นล้านยูโร ซึ่งเป็นสัดส่วนมากกว่า 10%ของจีดีพี และจากรายงานธุรกิจนอกระบบในปี 1999-2007 จาก 162 ประเทศทั่วโลก (โดย ดร.เฟรดริช ชไนเดอร์ อาจารย์เศรษฐศาสตร มหาวิทยาลัย โจฮานเนสเคปเลอร์ ออสเตรีย, ดร.แอนเดรีย บูเอน มหาวิทยาลัยเทคนิคเดรสเดน, และ คลอดิฌอ มองเตเนโกร จากเวิร์ลด์แบงก์ และมหาวิทยาลัยชิลี) กรีซมีธุรกิจนอกระบบสูงสุด เป็นอันดับ 57 โดยมีสัดส่วนธุรกิจนอกระบบ 31%ของจีดีพี
       
       การระบุปริมาณธุรกิจนอกระบบให้ชัดเจนเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะคลาดคลื่อนจากตัวเลขจริงได้ประมาณ 15% ขณะที่รายงานระบุว่า จอร์เจียมีธุรกิจนอกระบบถึง 72.5% ตัวเลข จริงอาจจะน้อยหรือมากกว่าก็ได้ จีดีพีของจอร์เจียมีประมาณ 2.03 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถ้ารวมธุรกิจนอกระบบเข้าไปด้วยอาจจะทำให้จีดีพีเพิ่มเป็น 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือมากกว่านั้น
       
       สิ่งที่น่าสังเกตุอย่างหนึ่งจากปี 1999-2007 ธุรกิจนอกระบบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในปี 1999 สหรัฐฯมีธุรกิจนอกระบบ 8.6% และเพิ่มเป็น 9.0% ในปี 2007 สำหรับประเทศกำลังพัฒนามีสัดส่วนธุรกิจ นอกระบบเพิ่มจาก 36.6% ในปี 1999 เป็น 38.6% ในปี 2007 ขณะที่กลุ่ม 25 ประเทศรายได้สูงในกลุ่ม OECD มีสัดส่วนนี้เพิ่มจาก 16.8% เป็น 18.7% สาเหตุที่ทำให้สัดส่วนธุรกิจนอกระบบเพิ่ม ขึ้นเนื่องจาก ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการเพิ่มความเข้มงวดในการจัดเก็บภาษีและการกำกับดูแลที่เพิ่มขึ้นในหลายๆประเทศ ดังนั้น การลดภาระภาษี คือ มาตรการที่ดีที่สุดที่จะทำให้ธุรกิจนอกระบบ ลดลง รวมถึงผ่อนคลายความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกิจลง
       
       แต่สำหรับประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่ง เช่น เปรู ธุรกิจนอกระบบขนาดใหญ่ เป็นผลมาจากการขยายตัวไปสู่ชนบท และปริมาณการค้าที่เพิ่มขึ้น เปรูมีธุรกิจนอกระบบใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ชาวเปรู จำนวนมากไม่มีหมายเลขประกันสังคม ไม่มีระบบจ่ายเงินเดือนอย่างเป็นทางการ มันเป็นเรื่องยากที่จะเริ่มต้นธุรกิจอย่างเป็นทางการในเปรู ประเทศที่มีระบบการจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพจะมีธุรกิจ นอกระบบลดน้อยลง ไม่เพียงแต่การเพิ่มประสิทธิภาคการจัดเก็บภาษี และผ่อนคลายการกำกับดูแลลง แต่ต้องสร้างงานในภาคเศรษฐกิจในระบบ และลดแรงจูงใจที่จะก่อให้เกิดธุรกิจนอกระบบ
       
       ประเทศที่มีสัดส่วนธุรกิจนอกระบบสูงสุด 10 อันดับแรก คือ
       1. จอร์เจีย 72.5% ของจีดีพี 2.03 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
       2. โบลิเวีย 70.7% ของจีดีพี 4.50 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
       3. อาเซอบายจัน 69.6% ของจีดีพี 8.60 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
       4. เปรู 66.3% ของจีดีพี 2.53 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
       5. แทนซาเนีย 63.0% ของจีดีพี 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
       6. ยูเครน 58.1% ของจีดีพี 2.94 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
       7. ไทย 57.2% ของจีดีพี 5.39 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
       8. ซิมบับเว่ 56.1% ของจีดีพี 332 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
       9. อุรุกวัย 56.0% ของจีดีพี 4.45 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
       10. กัวเตมาลา 55.0% ของ 6.92 หมื่นลฃ้านดอลลาร์สหรัฐฯ
       
       นอกจากนี้ กัมพูชา อยู่ในอันดับ 12 มีสัดส่วนธุรกิจนอกระบบ 54.2% ของจีดีพี 2.81 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และฟิลิปปินส์อยู่ในอันดับ 25 มีสัดส่วน 48.4% ของจีดีพี 3.25 แสนล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ ส่วนประเทศอื่นๆในอันดับ 11-20 ประกอบด้วย แซมเบีย, กัมพูชา, ฮอนดูรัส, เฮติ, เบลารุส, คองโก, รัสเซีย, อาร์เมเนีย, ชาด, และเบนิน


แสดงความคิดเห็นบน facebook
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
Back to Top