Forget password
โฆษณา

สี่สาวงามของจีน

สี่สาวงามของจีน  Add to Favorite
Categories : Other

ผู้หญิงสวยที่สุดในประวัติศาตร์จีนมีอยู่ทั้งหมด 4 คน แต่ล่ะนางจะมีความสวยงามมากจนมีเรื่องเล่าสืบต่อมาดังนี้

 

1. ไซซี

อันนี้ไกด์ไม่ได้เล่าอะไรมากครับ แค่นางไซซีคนนี้เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์จีน(แำ่ก่สุดน่ะแหละ) ที่คนจีนยกย่องว่าสวยมาก

เรื่องที่เล่ากันมาก็คือ นางไซซีไปซักผ้าที่แม่น้ำ ระหว่างที่ซักผ้าอยู่นั่นเองก็มีปลาว่ายน้ำผ่านมา แต่พอปลาว่ายมาเจอไซซี ปลาก็ตกใจในความงามของไซซีจนลืมที่จะขยับครีบ ทำให้ปลาจมน้ำไป (ไกด์โม้ว่าปลาตายด้วยเลย) จึงได้คำเล่าขานที่แสดงถึงอนุภาพความงามว่า มัจฉาจมวารี

ภาพวาดนางไซซีจะเป็นภาพวาดตอนที่ไซซีซักผ้าริมน้ำครับ

เพิ่มเติม http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%8B%E0%B8%B5

 

2. หวังเจาจวิน


ในเมืองจีนสมัยไหนไม่รู้(ผมจำไม่ได้) มีฮ่องเต้อยู่องค์หนึ่งท่านทรงงานหนักมากจนไม่มีเวลาที่จะมาคัดเลือกสาวงาม ด้วยตัวเอง ท่านจึงให้ใช้วิธีให้จิตรกรวาดภาพนางสนมทั้งหลายที่เข้ามาอยู่ในวังแล้วทำ การเก็บไว้ เมื่อไรที่พระองค์ต้องการที่จะ จุมุ๊ จุมิ๊ ท่านก็จะเรียนให้ข้ารับใช้นำภาพที่จิตกรวาดไว้มาดูแล้วท่านจะทรงเลือกจากภาพ วาดนั้น

เป็นเรื่องธรรมดาที่นาง สนมทั้งหลายต้องการที่จะได้ จุมุ๊ จุมิ๊ กับองค์ฮ่องเต้เพราะอาจจะได้เลื่อนขั้นเป็นสนมเอก จึงได้มีการเริ่มให้อามิสสินจ้าง(สะกดถูกป่าวหว่า) กับจิตกรผู้ที่วาดภาพให้วาดภาพให้ตัวเองสวยขึ้น ซึ่งภายหลังทุกๆ นางก็ได้ให้สินบนกับจิตกรผู้นี้ทั้งนั้น

หวังเจาจวิน ก็ได้ถูกคัดเลือกให้เขามาเป็นนางสนมด้วย แต่ด้วยเนื่องจากนางหวังเจาจวินนั้นเป็นคนตรงและยังเป็นคนใหม่ในวัง นางจึงไม่ได้ให้สินบนกับจิตกรที่วาดรูปถวายฮ่องเต้ จิตกรผู้นั้นจึงได้เกิดความเครียดแค้นจึงคิดในใจว่าจะวาดภาพของนางให้ อัปลักษณ์ แต่เมื่อถึงเวลานัด หวังเจาจวินก็ได้มาที่ห้องทำงานของจิตรกร จิตรกรผู้นั้นเมื่อได้เห็นโฉมหน้าของหวังเจาจวินก็ตกใจในความงาม แต่ก็ยังไม่ลืมความแค้นในเรื่องที่ตนเองไม่ได้รับสินบน จึงพยายามวาดรูปของหวังเจาจวินออกมาอัปลักษณ์แต่จนแล้วจนรอด จิตรกรผู้นั้นก็ไม่สามารถทำได้เพราะไม่รู้จะเอาวาดส่วนไหนของหวังเจาจวินให้ อัปลักษณ์ พอจนวาดเสร็จจิตรกรผู้นั้นก็ตกใจเพราะภาพที่วาดออกมานั้นสวยงามมาก แต่(คนชั่วก็ยังเป็นคนชั่ววันยังค่ำ)จิตรกรคิดแผนการได้แผนการหนึ่งคือทำการ เติมไฝอัปมงคลลงบนหน้าของภาพวาดหวังเจาจวิน ไปเม็ดนึง

เวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง ฮ่องเต้หลังจากทรงงานหนักแล้วก็ต้องการที่จะผ่อน คลาย จึงเรียกจิตรกรให้นำภาพวาดชุดใหม่เข้ามาชมเพื่อที่จะเลือกนางไป จุมุ๊ จุมิ๊ ด้วย ภาพของนางหวังเจาจวินก็อยู่จำนวนภาพเหล่านั้นด้วย เมื่อจิตรกรคลี่ภาพของนางหวังเจาจวินออกมา นางหวังเจาจวินจึงถูกดองในวังไว้อีกระยะหนึ่ง ฮ่องเต้ก็ทรงเลือกนางหวังเจาจวินทันที แต่จิตรกร(สุดชั่ว) ก็ได้คุกเข่าลงทันทีพร้อมกับพูดว่า"มิได้ มิได้ เหนือหัว" "นางมีไฝอัปมงคลอยู่ นางจะทำให้พระองค์อายุขัยสั้น จะทำให้ราชวงค์ล่มสลาย" ฮ่องเต้จึงได้แต่ถอนหายใจ

ภายหลังจากนั้นได้เกิดสงครามขึ้นกับเผ่าเร่ร่อน แต่เป็นเผ่าที่มีทหารม้าเก่งกาจมาก ทหารของฮ่องเต้ไม่สามารถสู้ได้ ฮ่องเต้จึงต้องการเจรจายุติสงคราม ทางผ่านเร่ร่อนก็ได้ยื่นข้อเรียกร้องเป็นเงินทองและองค์หญิง(ตัวร้ายหนังจีน นี่ชอบผู้หญิงเหลือเกิน) ฮ่องเต้ไม่อยากจะส่งองค์หญิงไปอยู่กับเผ่าเร่ร่อน จึงมีคนเสนอที่จะให้ส่งนางหวังเจาจวินไปเพราะนางมีไฝอัปมงคล เพื่อที่จะให้ฝ่ายตรงข้ามประสบกับความโชคร้ายและเป็นการเอาสิ่งอัปมงคลออก จากหวังด้วย ฮ่องเต้เห็นดีด้วยจึงเรียกนางหวังเจาจวินให้มาเข้าเฝ้าพร้อมกับให้ฝ่ายเร่ ร่อนส่งทูตมารับตัวนางหวังเจาจวินไป แต่พอนางหวังเจาจวินมาเข้าเฝ้าแล้ว พระองค์ตะลึง ตึง ตึง ในความงามของนางหวังเจาจวินมากและตัวจริงก็ไม่มีไฝเหมือนในภาพด้วย ในใจเกิดความเสียดายเป็นอย่างยิ่งจะสลับตัวก็ไ่ม่ได้แล้วเพราะฑูตของเผ่าเร่ ร่อนก็เห็นแล้วด้วย จึงได้แต่ถอนใจแล้วทำการส่งนางหวังเจาจวินไปให้หัวหน้าเผ่าเร่ร่อน แล้วทำการสอบสวนความจริงเรื่องภาพ เมื่อทราบความจริงจึงสั่งประหารจิตรกรผู้นั้นไป

ระหว่างการเดินทางไปสู่ เผ่าเร่ร่อนนั้นระหว่างทางกองขบวนได้ทำการหยุด เพื่อพัก นางหวังเจาจวินจึงออกจากเกี้ยวมายืดเส้นยืดสาย เมื่อลงมาจากเกี้ยวแล้วนางก็เปิดผ้าคลุมหน้าออก แต่ขณะนั้นมีนกบินผ่านมาสองตัว เมื่อนกสองตัวนั้นเห็นโฉมหน้าของนางหวังเจาจวินแล้วก็ได้แต่ตกใจ จนลืมกระพือปีก ทำให้ตกลงมากระแทกพื้นตายไป ดังนั้นคำเล่าขานของนางหวังเจาจวินคือ ปักษีตกนภา

3. เตียวเสี้ยน 

พอดีผมเป็นแฟนสามก๊กครับ ก็เลยรู้จักนางนี้ดีกว่านางอื่นนิดนึง

เตียวเสี้ยนเป็นสตรีที่อยู่ในสมัยสามก๊กตอนที่ตั๋งโต๊ะเรืองอำนาจ เพราะตั๋งโต๊ะได้คุมยุวฮ่องเต้ไว้และมีลูกบุญธรรมที่เก่งในด้านการรบแต่โง่ ด้านบริหารอย่างลิโป้ (เล่าปี กวนอู เตียวหุย รุมลิโป้คนเดียวยังเอาไม่ลงเลยครับ) ทำให้ตั๋งโต๊ะกำเริบเสิบสานข่มเหงองค์ฮ่องเต้และไพร่ฟ้าหน้าใส ทำให้ขุนนางเก่าแก่ที่จงรักภักดีต่อราชสำนักพยายามจะกำจัดตั๋งโต๊ะ แต่เนื่องด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ขุนนางหลายคนได้เอาชีวิตไปทิ้ง เพราะโดนตั๋งโต๊ะจับได้

 


 

อยุธยาไม่สิ้นคนดีฉันใด ราชสำนักจีนก็ไม่สิ้นตงฉินฉันนั้น (เกี่ยวกันตรงไหนฟะ) ขุนนางคนนึงมีนามว่า อ้องอุ้น เจ็บแค้นมากที่ไม่อาจช่วยเหลือฮ่องเต้จากโจรอ้วน(ตั๋งโต๊ะอ้วนมั่กๆ ) กลางดึกคืนนึงอ้องอุ้นกำลังชมจันทร์อยู่ในสวนหลังจวนของตัวเอง พลางกับคิดหาวิธีที่จะช่วยฮ่องเต้แต่ก็จนด้วยหนทาง จึงถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือก แต่ก็ตกใจเพราะได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลัง จึงตะโกนถามออกไปว่านั้นใคร

"เตียวเสี้ยนเองค่ะ ท่านพ่อบุญธรรม" เตียวเสี้ยนตอบพลางก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ (อ้องอุ้นรับเตียวเสี้ยนเป็นลูกบุญธรรม)


ภาพจาก http://sasarai.exteen.com/20071112/artwork-dynasty-warrior-6-4 

 

"ดึกดื่นป่านนี้เจ้าออกมารอชู้รึ" อ้องอุ้นถามด้วยเสียงอันดัง เนื่องจากไม่พอใจ 

เตียวเสี้ยนก็ได้คุกเข่า ลงแล้วพูดว่า "ข้ามิบังอาจหรอกท่านพ่อบุญธรรม ข้าได้แต่เสียใจที่มิอาจช่วยแบ่งเบาภาระท่านพ่อบุญธรรมได้ จึงนอนไม่หลับออกมาเดินชมจันทร์" 

อ้องอุ้นได้ยินเช่นนั้น และได้เห็นหน้าของเตียวเสี้ยนที่สวยงามเป็นอย่าง ยิ่งจึงคิดแผนได้ โดยจะใช้นางเตียวเสี้ยนไปยุยงให้ตั๋งโต๊ะและลิโป้แตกคอกัน(สองคนนี้มักมากใน กาม) ซึ่งก็สำเร็จด้วยฝีมือของเตียวเสี้ยนนี่แหละ

แต่ช้าก่อน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเวอร์ชั่นโม้ค่อดๆ เนื่องเรื่องจะเป็นดังนี้

แท้จริงแล้ว เตียวเสี้ยนนั้นไม่สวยอะไรเลยแถมค่อนข้างจะขี้เหล่อีกด้วยซ้ำ อ้องอุ้นรับมาเลี้ยงเพราะสงสาร 

แต่กระนั้นอ้องอุ้นก็คิด แผนใช้นารีไปทำให้ตั๋งโต๊ะและลิโป้ แต่จนใจที่ไม่มีสตรีที่สวยงามพอจะหลอกไอ้โจรหื่นทั้งสองได้ มีแต่เตียวเสี้ยนที่ธรรมดาๆ  จึงปรึกษากับหมอเทวดาฮัวโต๋(หมอเทวดาที่ทำการผ่าตัดสมองให้กับโจโฉในภายหลัง ) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน

"ท่านไม่ต้องห่วงหรอกท่านอ้องอุ้น ขอเวลาข้าสัปดาห์หนึ่ง" ฮัวโต๋กล่าวแล้วก็ลาอ้องอุ้นไป

สัปดาห์นึงผ่านไปไหวเหมือนโกหก ฮัวโต๋กลับมาหาอ้องอุ้นพร้อมกับกล่องไม้ใบนึง

"ท่านฮัวโต๋ ท่านนำอะไรมาด้วย" อ้องอุ้นถามด้วยความสงสัยยิ่งนัก

ฮัวโต๋ก็ได้แต่เพียงพูดว่า "สิ่งนี้จะทำให้แผนของท่านสำเร็จ" พลางเปิดกล่องนั้น

อ้องอุ้นตกใจยิ่งนักเพราะในกล่องนั้นเป็น หัวของนางไซซี สตรีที่งามเลิศนั้นเอง 

ฮัวโต๋จึงบอกว่าข้าจะทำ การเปลี่ยนหัวของนางเตียวเสี้ยนกับหัวของนางไซซี จะทำให้นางเตียวเสี้ยนนั้นงามแบบหาใดเปรียบได้ อ้องอุ้นก็ยินดียิ่งนักจึงให้หมอฮัวโต๋เปลี่ยนตัวของนางเตียวเสี้ยน

การเปลี่ยนหัวเป็นไปอย่าง เรียบร้อย แต่อ้องอุ้นนึกได้ว่าเตียวเสี้ยนนั้นแท้จริงแล้วเป็นคนขี้ขลาดยิ่งนัก จึงปรึกษากับหมอเทวดาฮัวโต๋ว่าจะทำเยี่ยงใดดี

"ท่านไม่ต้องห่วงหรอกท่านอ้องอุ้น ขอเวลาข้าสัปดาห์หนึ่ง" ฮัวโต๋กล่าวแล้วก็ลาอ้องอุ้นไป

สัปดาห์นึงผ่านไปไหวเหมือนโกหก ฮัวโต๋กลับมาหาอ้องอุ้นพร้อมกับกล่องไม้ใบนึง

"ท่านฮัวโต๋ ท่านนำอะไรมาด้วย" อ้องอุ้นถามด้วยความสงสัยยิ่งนัก

ฮัวโต๋ก็ได้แต่เพียงพูดว่า "สิ่งนี้จะทำให้แผนของท่านสำเร็จ" พลางเปิดกล่องนั้น

อ้องอุ้นตกใจยิ่งนักเพราะในกล่องนั้นเป็น ดี...(ขออภัยผมจำไม่ได้ว่าเป็นดี(อวัยวะภายใน)ของใคร แต่น่าจะเป็นของนักรบคนหนึ่งที่ชื่อดังมาก)

ปล. คนจีนนั้นมีความเชื่อกันว่าความกล้านั้นขึ้นอยู่กับดี ไม่เหมือนของไทยที่เชื่อว่าอยู่ที่ใจ 

อ้องอุ้นยิ้มและจับมือของหมอฮัวโต๋พร้อมกับพูดว่า "ขอบคุณท่านหมอมาก แค่นี้โจรทั้งสองต้องเสร็จแน่ๆ "

หมอฮัวโต๋จึงทำการผ่าตัด นำดีเข้าไปใส่ในตัวของนางเตียวเสี้ยน ซึ่งกับเรียบร้อยดีไม่มีปัญหาแต่อย่างใด จึงทำให้นางเตียวเสี้ยนเป็นสตรีที่เพรียบพร้อมไปด้วยรูปลักษณ์และนิสัยที่ กล้าหาญ

อ้องอุ้นจึงเริ่มดำเนิน แผนการโดยที่เชิญตั๋งโต๊ะมาทานอาหารและจัดเลี้ยง ที่สวนหลังบ้านของตน ตั๋งโต๊ะก็ตอบรับเป็นอย่างดีและมาทานอาหาร หลังจากทานอาหารเสร็จอ้องอุ้นก็บอกว่าข้านั้นมีลูกสาวอยู่คนนึงเก่งเรื่อง ขับร้องและโคลงกลอนเป็นอย่างยิ่ง และรูปลักษณ์งามหมดจด งามกว่าหญิงใดในแผ่นดินนี้ ตั๋งโต๊ะได้ยินเช่นนั้นแล้วก็อยากที่จะชมลูกสาวของอ้องอุ้น(หื่น ว่างั้นเหอะ) อ้องอุ้นจึงเรียกเตียวเสี้ยนออกมา

ในคืนนั้นเป็นคืนเดือน เพ็ญพอดี นางเตียวก็เสี้ยนก้าวออกจากจวนมาที่สวนหลังบ้าน เพียงตั๋งโต๊ะได้เห็นหน้าของนางเตียวเสี้ยนก็พูดออกมาว่า "หมดจดจริง..." แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ พระจันทร์ซึ่งเต็มดวงในคืนนั้นก็ค่อยๆ มืดลง จนดับไปที่สุด ตั๋งโต๊ะตกใจเป็นอย่างยิ่งแต่อ้องอุ้นก็บอกตั๋งโต๊ะว่า

"ท่านไม่ต้องกลัวไปหรอก แค่พระจันทร์อายที่จะสู้ความงามของเตียวเสี้ยนลูกสาวของข้า" อ้องอุ้นพูดพลางปลอบประโลมตั๋งโต๊ะ เมื่อตั๋งโต๊ะคลายความตกใจแล้วอ้องอุ้นจึงพูดกับนางเตียวเสี้ยนว่า

"ลูกเอ๋ย รีบจุดธูปแล้วไหว้พระจันทร์ซะ แล้วบอกให้พระจันทร์ออกมาได้แล้วไม่ต้องอายที่สวยน้อยกว่าลูก"

นางเตียวเสี้ยนจึงจุดธูปไหว้พระจันทร์แล้วพระจันทร์จึงค่อยๆ สว่างเต็มดวงอีกครั้ง

คนจีนจึงได้มีคำเล่าขานของความงามของเตียวเสี้ยนว่า  "จันทราหลบโฉมสุดา"

และภาพวาดของนางเตียวเสี้ยนส่วนใหญ่ ก็จะเป็นภาพนางเตียวเสี้ยนไหว้พระจันทร์นั้นเอง

ปล. ไกด์เล่าให้ฟังต่อว่า แท้จริงแล้วอ้องอุ้นมีความรู้เรื่องดาราศาสตร์จึงรู้ว่าจะมีการเกิด จันทรุปราคาขึ้นในคืนนั้น จึงวางแผนนี้ไว้

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หลังจากนั้นตั๋งโต๊ะก็รับ เตียวเสี้ยนไปเป็นภรรยา แต่ก่อนหน้านั้นอ้องอุ้นก็ได้ให้ลิโป้เจอกับนางเตียวเสี้ยนแล้วเหมือนกัน ซึ่งลิโป้ก็ชอบเตียวเสี้ยนด้วย

นางเตียวเสี้ยนก็ใช้ปัญญาของตนยุให้ตั๋งโต๊ะและลิโป้ ที่เป็นพ่อลูกบุญธรรมกันแตกคอกันได้และสุดท้ายตั๋งโต๊ะก็ถูกฆ่า 


4. หยางกุ้ยเฟย




ข้อมูลที่ถูกโพส บนหน้าเว็บ http://www.fwdder.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นข้อมูลใดๆ ที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการ เก็บข้อมูลและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทันที ขอขอบพระคุณ
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
by: สะกุดาษ
0 ความเห็น / 1853 คนอ่าน
ส่งต่อ : วันที่ 6 ก.พ 2553 เวลา 20:04:49

X

เหตุผล:

สะกุดาษ