**ที่สุดสองสิ่งบนภูเขาทอง **

โพสต์ รูปและวีดีโอ
fwdder **ที่สุดสองสิ่งบนภูเขาทอง **
 
tag:ที่สุด,ภูเขาทอง
 
 
 
ที่สุดสองสิ่งบนภูเขาทอง


วัดที่มีชื่อเสียงแต่โบราณ ติดปากคนรุ่นเก่ามีอยู่สามวัด ยักษ์วัดแจ้ง แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์...ครับ

ส.พลายน้อย เขียนไว้ในหนังสือ เล่าเรื่องเมืองบางกอก เล่ม 2 ว่า เหตุที่เรียกกันอย่างนี้ เพราะที่วัดแจ้ง มียักษ์ วัดสระเกศ มีแร้งกินศพ วัดสุทัศน์มีเปรต เล่าลือกันว่าตัวสูงกว่าเสาชิงช้า

อ่านเรื่องภูเขาทอง-วัดสระเกศ ของ ส.พลายน้อย แล้ว ผมก็เห็นว่า วัดสระเกศน่าสนใจที่สุด

วัดสระเกศเดิมชื่อวัดสะแก เป็นวัดเก่า ก่อนสร้างกรุงเทพฯ มีเรื่องเล่าว่า เมื่อสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ยกทัพกลับจากสงครามเขมร ก่อนจะเสด็จไปชำระเรื่องความไม่สงบในกรุงธนบุรี

ทรงแวะสระพระเกศ ที่วัดสระแก วัดนี้จึงถูกเรียกว่าวัด สระเกศมาแต่นั้น

ต่อมาเมื่อทรงปราบดาภิเศก เป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดให้สร้างพระอุโบสถใหม่ รัชกาลที่ 3 ทรงบูรณปฏิสังขรณ์อีกครั้ง สร้างกุฏิสงฆ์เป็นตึกทั้งหมด

ทั้งยังทรงสร้างวิหารหลังใหญ่ อัญเชิญพระอัฏฐารส จากพิษณุโลกมาประดิษฐาน

ในคราวเดียวกันนั้น รัชกาลที่ 3 ได้ทรงสร้างพระเจดีย์ องค์หนึ่ง หวังพระทัยจะให้ใหญ่เท่าวัดภูเขาทองที่อยุธยา...ปรากฏในพงศาวดารว่า

นอกกำแพงพระนคร วัดสระเกศนั้น โปรดให้ทำพระปรางค์ใหญ่ องค์หนึ่ง ฐานเป็นไม้ 12 เหลี่ยม ด้าน 1 ยาว 50 วา ขุดรากลึกลงไปถึงโคลน แล้วเอาหลักแพทั้งต้นเป็นเข็ม ห่มลงไปจนเต็มที่แล้ว

เอาไม้ซุงทำเข็มและปูเป็นตาราง แล้วเอาศิลาแลงก่อขึ้นมาเกือบเสมอดินจึงก่อด้วยอิฐ ในระหว่างองค์พระนั้น เอาศิลาก้อนซึ่งราษฎรเก็บมาขายบรรจุลงไปจนเต็ม

การก่อขึ้นไปถึงชั้นทักษิณที่ 2 ศิลาที่บรรจุข้างในกดหนักลงไปจนระเบิดออก และทรุดลงไปถึง 9 วา อิฐที่ก่อหุ้มไว้ข้างนอกนั้นก็แตกร้าวรอบไปทั้งองค์....

(มีความพยายามจะแก้ไข แต่ก็ปรากฏว่า) องค์พระปรางค์ก็ทรุดหนักลงมาอีก 3 วา เห็นว่าจะแก้ไขไม่ได้แล้ว ก็เลิกการนั้นเสีย...

เหตุที่สร้างพระเจดีย์ไม่ได้ เพราะดินบริเวณนั้นอ่อนมาก กล่าวกันว่า ที่สร้างพระเจดีย์เดิมทีเป็นสระน้ำที่รัชกาลที่ 1 ทรงตักน้ำมาสรงพระเกศ เมื่อสระพระเกศแล้ว ก็ทรงปราบยุคเข็ญที่เกิดขึ้นจนราบคาบ

เจดีย์ภูเขาทองถูกทิ้งร้าง จนถึง พ.ศ.2406 รัชกาลที่ 4 โปรด ให้สร้างพระเจดีย์บนยอดภูเขาทองอีกครั้งหนึ่ง

โปรดให้ชื่อว่า "บรมบรรพต"

ถึงรัชกาลที่ 5 โปรดให้อัญเชิญพระเขี้ยวแก้วจำลอง ที่ได้มาจากลังกา มาไว้ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2420 และเมื่อได้พระบรมสารีริกธาตุ ที่อุปราชอินเดีย ขุดพบที่เนินพระเจดีย์ เมืองกบิลพัสดุ์

โปรดให้นำมาบรรจุที่ภูเขาทอง เป็นครั้งที่สอง เมื่อ พ.ศ.2442

ภูเขาทองจึงมีความสำคัญยิ่งสองข้อ ข้อแรก เป็นจุดที่รัชกาลที่ 1 ทรงสระพระเกศ เป็นนิมิตมงคล และข้อสอง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนที่สุดว่า เป็นของพระพุทธเจ้า

ในบรรยากาศที่ ททท.ดิ้นรนเรียกนักท่องเที่ยวมาไทย มีสถานที่มากมายให้เลือกเที่ยว

ตอนนี้ ถ้ามีใครชวน ผมแนะไหว้พระ รำลึกคุณพระพุทธเจ้า รำลึกถึงคุณเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน บนภูเขาทอง ใจกลางกรุงเทพฯนี่เอง

เกิดมาทั้งที มีโอกาสไปถึงจุดที่ชาติ ศาสนา พระมหา-กษัตริย์ เริ่มต้นและยืนยงมั่นคงถึงวันนี้ เป็นมงคลแก่ชีวิตมากทีเดียว.

ที่มา http://www.shockfmclub.com/story_detail.php?historyshock_id=384




แสดงความคิดเห็นบน facebook
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
Back to Top