กะเทยอกหัก

โพสต์ รูปและวีดีโอ
fwdder กะเทยอกหัก

กะเทยอกหัก

โดย  ปัก’ ธงชัย

จากหนังสือ “ตายแล้วไปไหน” เล่มที่ ๒๘

*********************

                ผี   ไม่มีใครจะสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีจริงหรือไม่ ?  แต่สำหรับตัวผมเองนั้น  ยอมรับว่าในโลกนี้มีผีอยู่จริง ๆ  เพราะว่าผมได้ประสบกับตัวของผมเองมาแล้วเมื่อปลายปี  ๒๕๓๒

                เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น  ทำให้ผมอดที่จะคิดถึงไม่ได้  ทั้งสงสาร  ทั้งสมเพชเวทนาในชีวิตของเธอ  ที่ต้องมาพบจุดจบเพราะว่าความรักเป็นเหตุ   แต่เมื่อคิดถึงอีกครั้ง       ก็ไม่อยากจะสงสารเธอ  เพราะว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิง     จริง ๆ  หากแต่ว่าเธอเป็น   “กะเทย”  ต่างหาก

                หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า  ถ้ากะเทยมีความรักแล้ว  มันจะลึกซึ้งและรุนแรงขนาดไหน  เธอยอมได้แม้จะเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อบูชาความรักที่เธอมีให้กับแฟนของเธอ  ถึงขนาดยอมผูกคอตาย  เพื่อให้แฟนของเธอได้รับรู้ว่า  ความรักของเธอนั้นมากมายและมั่นคงแค่ไหน  ดังที่ผมจะได้เล่าให้ฟัง

                เรื่องที่ผมจะเล่านี้เป็นเรื่องจริง  ที่เกิดขึ้นเมือปลายปี  ๒๕๓๒  ในกรุงเทพ ฯ   เมืองหลวงของเรานี่เอง  หลายคนคิดว่าเป็นเมืองที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ  และผู้คนพลุกพล่านวุ่นวายกันอยู่ตลอดเวลาแล้ว  ผีจะมาหลอกมาหลอนให้ได้เห็นอย่างไรกัน

                แต่มันก็เป็นเรื่องจริงขึ้นมาแล้ว  มันเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ผมต้องจดจำมาจนถึงทุกวันนี้  วันที่ผมได้พบกับความสยองของวิญญาณคนที่ตายไปแล้ว  แต่ยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด  เพราะยังมีความรักและความผูกพันกับคนที่ตนเองรักอยู่  จึงต้องคอยติดตามและก็เฝ้ารออยู่  ณ  สถานที่แห่งนั้น

                ผมเรียนจบ  ม.ศ. ๕  จากต่างจังหวัด  ก็มุ่งหน้าเข้ามาเพื่อหางานทำและศึกษาต่อในกรุงเทพ ฯ  ผมได้สมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่ง  และสถานที่แห่งนี้เอง  ที่ทำให้ผมต้องเจอกับวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว  แล้วก็ได้สิงสถิตอยู่ในหอพักที่ผมได้ไปเช่าอยู่

                ภายหลังที่ได้สมัครเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว  พอขึ้นปี ๒   ผมคิดอยากจะเปลี่ยนหอพัก  จึงได้ตัดสินใจว่าจะหาหอพักใหม่อยู่แถว ๆ หน้ามหาวิทยาลัย  วันนั้น  หลังจากที่สอบเทอมปกติเรียบร้อยแล้ว  ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านที่ต่างจังหวัด  เพราะกว่าจะเปิดเทอมใหม่  มหาวิทยาลัยก็หยุดไปเกือบถึงเดือน

                แต่หลังจากสอบเสร็จแล้ว  ผมไม่ได้กลับบ้านเหมือนคนอื่น ๆ  เพราะผมจะต้องหาหอพักใหม่  เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ  เพราะว่าหอพักที่อยู่เก่าสุดเซ็งเต็มที  ในช่วงของการปิดเทอมนี้ ตามหอพักต่าง ๆ  จะเงียบเหงาผิดปกติ  ผู้คนไม่พลุกพล่านเหมือนตอนที่มหาวิทยาลัยเปิดเรียน  ผมใช้เวลาเดินหาหอพักอยู่ครึ่งวัน  ก็ไปได้หอพักแห่งหนึ่ง  ตั้งอยู่ริมคลองแสนแสบ  ซึ่งบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย  และเหมาะที่จะใช้เป็นที่อ่านหนังสือได้เป็นอย่างดี  ทำให้ผมพอใจในหอพักแห่งนี้มาก

                ลักษณะของหอพักเป็นบ้านไม้  ๒  ชั้น  มีห้องอยู่  ๒๐  ห้อง  คือชั้นละ ๑๐ ห้องนั่นเอง  หลังจากที่เดินดูสภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณหอพักใหม่แล้วด้วยความพอใจ  ผมจึงได้ไปติดต่อกับเจ้าของหอ  ซึ่งเจ้าของหอก็บอกว่า  ค่าเช่าเพียงห้องละ ๕๕๐  บาทเท่านั้น  น้ำไฟฟรี

                ทันทีที่ผมได้ยินค่าเช่าห้อง  ยิ่งทำให้ผมพอใจมากขึ้นไปอีก  แต่ก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่า  ทำไมหอพักนี้จึงถูกจังเลย  น้ำไฟก็ไม่ต้องเสีย  เพราะปกติแล้วหอพักหน้ามหาวิทยาลัย  ถ้าเป็นห้องเดี่ยว  ก็ห้องละ  ๖๐๐-๗๐๐  บาท  น้ำไฟเสียเอง  แต่หอพักนี้ค่าเช่าถูก  มิหนำซ้ำไฟก็ไม่ต้องเสียอีก  ทั้ง ๆ ที่ห้องก็ไม่เล็ก และก็ไม่คับแคบเลย

                เมื่อเจ้าของหอบอกรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว  ผมก็ตกลงเช่าห้องทันที  และก็ได้วางเงินมัดจำล่วงหน้าไป  ๑  เดือน  พร้อมกับบอกเจ้าของหอว่า  อีก  ๒  วัน  ผมจะย้ายเข้ามาอยู่

                ห้องที่ผมได้เช่าเอาไว้เป็นห้องเบอร์  ๑๒  ซึ่งอยู่ติด ๆ กับระเบียงข้างหน้า  ถัดไปหลังหอจะมีบันไดขึ้นชั้นบนอยู่หน้าห้องเบอร์  ๒๐  ห้องเบอร์ ๒๐  นี่แหละที่มีคนผูกคอตาย   โดยวันที่ผมไปขอเช่านั้น  ผมไม่รู้เลยว่ามีคนผูกคอตายอยู่ในหอพักแห่งนี้

                เมื่อครบกำหนด  ๒  วัน  หลังจากที่ผมได้ตกลงกับเจ้าของหอแล้ว  วันนั้นเป็นวันจันทร์  ผมก็ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในหอพักใหม่แห่งนี้  วันที่ผมย้ายเข้าไปอยู่นั้น  ผมสังเกตดูมีผู้คนอยู่ไม่กี่ห้องที่มีคนอยู่  นอกนั้นปิดเงียบ  เจ้าของห้องคงจะพากันกลับไปเยี่ยมบ้านหมด  ต่อจากนั้น  ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเลย  ก้มหน้าก้มตาเช็ดถูห้อง  จัดของในห้องอย่างสบายอารมณ์

                ทันใดนั้นเอง  ขณะที่ผมกำลังเพลิน ๆ  อยู่กับการจัดห้องใหม่นั้น  ก็ได้มีผู้ชายคนหนึ่งมายืนอยู่หน้าห้องของผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้  พร้อมกับเอ่ยถามผมขึ้นมา  ทำให้ผมตกใจถึงกับสะดุ้งโหยงขึ้นมาทันที

                “น้อง..ย้ายเข้ามาอยู่ห้องนี้หรือ?” เสียงชายคนนั้นถามผมด้วยเสียงค่อนข้างดัง ผมก็เลยรีบตอบไปว่า “ครับพี่...ผมอยู่ห้องนี้ แล้วพี่อยู่ห้องไหนล่ะครับ” ผมมีโอกาสก็เลยถามต่อ เพื่อความเป็นมิตรกันในวันข้างหน้า

                “อยู่ติดกันนี่แหละ ห้องเบอร์ ๑๑ พี่ชื่อเวก”  “ยินดีที่รู้จัก ผมชื่ออ๊อดครับ”

                เมื่อสนทนากันได้ชั่วครู่ รู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันแล้ว พี่เวกก็ได้ขอตัว ก่อนที่จะไป พี่เวกได้พูดบอกผมว่า  “ว่าง ๆ ไปคุยเล่นกับพี่ก็ได้นะ” แล้วพี่เวกก็เดินจากไป

                วันนั้นกว่าผมจะจัดของให้เข้าที่เข้าทาง  และกว่าจะหลับนอนก็ปาเข้าไปเกือบจะตี ๑ พอล้มตัวลงนอนก็หลับสนิทจนสว่าง  พอถึงรุ่งเช้า ผมก็เตรียมตัวที่จะลงไปอาบน้ำ ก็ได้พบกับพี่เวกอีก พี่เวกเลยถามผมว่า  “เมื่อคืนนอนหลับสบายดีหรือเปล่า”

                “สบายดีครับ หลับสนิทเลย เหนื่อยมาก ทำให้นอนรวดเดียวสว่างคาตาเลย”  เมื่อคุยกันเสร็จ  พี่เวกก็ได้แต่ ยิ้ม ๆ แล้วก็เดินจากไป โดยที่ไม่ได้ถามอะไรผมอีกเลย ส่วนผมก็เดินไปอาบน้ำ เพื่อที่จะออกไปเรียนที่มหาวิทยาลัย

                แล้ววันที่ผมได้พบกับความเสียวสยองก็มาถึง  วันนั้นเป็นวันที่ ๓  ของการย้ายเข้ามาอยู่ในหอพักแห่งนี้  หลังจากที่ผมได้ออกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยตั้งแต่เช้า  ผมก็กลับเข้าหอประมาณ ตี ๑  เพราะว่าหอพักนี้เปิดตลอดคืน  สาเหตุที่วันนี้กลับเข้าหอพักดึก  ก็เพราะไปเที่ยวฉลองวันเกิดที่บ้านเพื่อน

                เมื่อกลับมาถึงหอพัก  ผมก็ได้ลงไปอาบน้ำ  ก็ไม่มีอะไร  แต่เมื่อกำลังเคลิ้ม ๆ จะหลับอยู่นั้น  ผมก็ได้ยินเสียงร้องคล้าย ๆ กับเป็นเสียงผู้หญิงร้องอยู่ข้าง ๆ หู  ผมพยายามตั้งใจจะจับให้ได้ว่า  เสียงร้องนี้ดังมาจากไหน  และหอพักผู้หญิงที่อยู่รอบ ๆ ข้างนี้ก็ไม่มี  เอ๊ะ  มันดังมาจากไหนกันแน่  ทันใดนั้น ผมก็ได้ยินเสียงดังชัดเจนขึ้นมากกว่าเดิม  พอที่จะจับใจความได้ว่า

                “เขาไม่รักฉัน เขาไม่รักฉัน เขาทิ้งฉันไปแล้ว ฮือ ๆ ๆ ๆ”

                เสียงนั้นดังอยู่ประมาณ ๕ นาที  ก็เงียบสงบลง  แต่ในใจผมคิดว่า  ผัว-เมีย  คงจะทะเลาะกัน  เพราะเหตุการณ์แบบนี้  ผมเคยเห็นมาบ่อย  ตั้งแต่อยู่หอพักเก่าจนชิน  ผมก็เลยไม่สนใจ แล้วก็หลับไป 

                คืนถัดมา  ขณะที่ผมกำลังนั่งอ่านหนังสือ  ประมาณ  ๖  ทุ่มเห็นจะได้  ผมก็ได้ยินเสียงร้องเหมือนเมื่อคืนก่อนอีกครั้งหนึ่ง  แต่ก็ไม่ได้สนใจเหมือนเช่นเดิม  จนกระทั่งเกือบจะตี ๒  ผมก็เลิกอ่านหนังสือเพื่อที่จะนอน  ก็ได้จัดแจงจัดที่นอน  ขณะที่เคลิ้มจะหลับอยู่นั้น  เสียงร้องของผู้หญิงคนเดิมก็ยิ่งชัดเจนขึ้นอีก  เหมือนจะบอกให้รู้ว่าเธอนั้น  เจ็บปวดรวดร้าวหัวใจมาก

                แต่ก็เช่นเดิมเหมือนคืนก่อน  ผมไม่สนใจว่าจะมีใครมาร้องไห้อีกแล้ว  ต้องการนอนอย่างเดียว  ก็เลยนอนฟังเสียงไปเรื่อย ๆ  แล้วก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว

                ตื่นเช้าขึ้นมาผมก็รีบไปถามพี่เวก  พี่เวกก็บอกว่าไม่มีอะไร  เสียงร้องนี้ได้ยินบ่อยจนเคยชินแล้วหละ  แล้วพี่เวกก็ย้ำว่า  ส่วนมากคนที่มาอยู่ใหม่ ๆ จะได้ยินจนรู้สึกรำคาญ  แต่เมื่ออยู่ไปนาน ๆ ก็เงียบหายไปเอง   คล้ายกับเป็นเสียงร้องอะไรสักอย่าง  พอถึงเวลาก็จะได้ยินเสียง

                ในใจผมคิดว่า  ถ้าวันนี้มีเสียงร้องขึ้นมาอีก  ผมจะต้องหาต้นตอของเสียงนี้ให้ได้ว่า  มันดังมาจากที่ไหน  ผมจะต้องหาทางพิสูจน์ให้ได้  ถ้าเป็นสิ่งที่หลายคนกลัวกัน  ผมก็คงจะอยู่หอนี้ไม่ได้แน่  แต่พี่เวกบอกว่าไม่มีอะไร  มันก็น่าคิด

                แต่ถ้าจะให้ผมกลัว  ถ้าไม่เห็นตัวตนจริง ๆ  ผมก็ไม่กลัว  เพราะคนที่รถชนตายผมก็เคยเห็นตอนที่เขากำลังสิ้นใจ  คนโดนรถชนเละตุ้มเป๊ะก็เคยเห็น  มิหนำซ้ำคนตายผมยังเคยอุ้มศพไปอาบน้ำเลย  ถือเป็นเรื่องสนุกสนานไปด้วยซ้ำ  แต่ถ้าคืนนี้ได้ยินเสียงอีก  ผมจะต้องจับให้ได้ว่า  ใครชอบมาร้องไห้ตอนกลางคืน  รบกวนชาวบ้านคนที่เขากำลังอ่านหนังสือ  กำลังนอนพักผ่อน

                เวลาเกือบจะตี ๒  ของวันที่ ๕  ที่ผมเข้ามาอยู่  ผมก็ได้ยินเสียงร้องไห้เช่นเดิม  เสียงร้องยิ่งหนักขึ้นกว่าเดิม  รำพึงรำพันถึงความรัก  แล้วก็มีเสียงตามด้วย  “เขาไม่รักฉัน เขาทิ้งฉันไปแล้ว” อยู่อย่างนี้เป็นเวลานาน

                ความต้องการที่อยากจะรู้ว่า  เสียงนี้มันดังมาจากไหน  เพราะทนเสียงได้ยินไม่ไหว  ก่อให้เกิดความรู้สึกรำคาญขึ้นมาทันที  ทำให้ผมตัดสินใจที่จะไปชวนพี่เวกออกไปดูว่า ต้นเสียงมาจากไหน ห้องไหน ถึงได้ยินทุก ๆ คืน

                ทันทีที่ผมเปิดประตูห้องออกมา  พลันสายตาของผมก็มองไปเห็นคนผู้หนึ่ง   นั่งอยู่ที่บันไดที่จะขึ้นมาชั้น ๒  ผมยาว  หน้าตาเหมือนผู้หญิงมองมาทางผม   ทำให้หัวใจผมสั่นขึ้นมาทันที  ผมรีบเปิดประตูห้อง  แล้วรีบเดินไปเคาะห้องพี่เวก  กว่าพี่เวกจะเปิดประตูก็นานโข

                พอพี่เวกเปิดประตู  เขาก็รีบถามผมทันที  “มีอะไรหรืออ๊อด หน้าตาตื่นมาเชียว”

                “ผมได้ยินเสียงร้อง รำคาญทนไม่ไหว ก็เลยจะมาชวนพี่ไปดู แต่พอเปิดประตูออกมาก็เห็นคนนั่งร้องไห้อยู่ที่บันได พี่เวก หอนี้มีผู้หญิงด้วยเหรอครับ”

                “เปล่า.....มีแต่กะเทยพักอยู่ห้องเบอร์ ๒๐ แต่....”

                “แต่อะไรพี่เวก” ผมรีบถามพี่เวกทันที

                “มันอกหัก และก็ผูกคอตายในห้องเบอร์ ๒๐ หน้าบันไดนั่นแหละ”

                กว่าพี่เวกจะบอกผมได้  ทำเอาผมแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคน  ผมรีบถามพี่เวกต่อว่า “แล้วที่ผมเห็นเมื่อกี้นี้ก็ใช่นะซี” พี่เวกตอบผมว่า “ใช่ แต่พี่ไม่กลัวหรอก พี่เป็นเพื่อนกับเขา เขาชื่อ “เล็ก” พี่เห็นบ่อยจนไม่กลัวแล้วล่ะ”

                “แล้วห้องที่ใส่กุญแจ ก็แปลว่าไม่มีคนอยู่น่ะซิครับ” ผมรีบถามพี่เวก พี่เวกก็บอกว่า

                “มีคนอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้เขากลับบ้านกันหมด แต่ส่วนมากทุกคนก็รู้จักเล็กกันหมดทุกคน สงสารเขามากกว่าที่จะกลัวเขา”

                “พี่เวกพูดรายละเอียดให้ผมฟังหน่อยซิครับ ผมอยากรู้ว่ามันเป็นมาอย่างไร”

                “ได้” พี่เวกพูดให้ผมฟังว่า " “เล็ก” เป็นผู้ชาย แต่มีนิสัยเป็นผู้หญิง หรือกะเทยนั่นแหละ ได้เข้ามาเรียนที่นี่ แล้วก็มาเช่าหออยู่กับแฟนซึ่งเป็นผู้ชายด้วยกัน เล็กเขาหน้าตาสวยจึงมีคนมาชอบเขาเยอะ แต่เล็กก็ไม่สนใจใคร นอกจากผู้ชายคนที่มาเช่าหออยู่ด้วยกัน

                หลังจากที่เช่าหออยู่ด้วยกันได้ประมาณปีกว่า  แฟนของเล็กก็ไปมีแฟนใหม่ซึ่งเป็นผู้หญิงจริง ๆ ไม่ใช่ไม้ป่าเดียวกัน  แฟนเล็กไม่ยอมกลับมาหอ  ทำให้เล็กนั้นกลุ้มใจ  คิดมาก  บ่นว่าอยากตาย ๆ หนังสือก็ไม่ยอมไปเรียน  เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง  จากนั้นไม่นาน  เมื่อตัดสินใจในปัญหาไม่ได้  เล็กก็ได้ตัดสินใจผูกคอตายอยู่ในห้องพักของเขานั่นเอง  ก่อนตายเขาได้เขียนจดหมายถึงแฟนฉบับหนึ่ง  รำพึงรำพันถึงความรักของเขาว่า

                “เล็กรักพี่มาก เมื่อพี่ไปมีผู้หญิงอื่น เล็กก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไม ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้เล็กเกิดเป็นผู้หญิง และจะขอเป็นแฟนพี่ตลอดไป ลาก่อน”

                และเสียงที่ร้องไห้ทุกคืน  ก็คือเสียงของ “เล็ก” นั่นเอง ส่วนมากเด็กที่เข้ามาอยู่ใหม่จะได้ยินบ่อย แต่สำหรับพวกพี่ชินแล้วล่ะ”

                คืนนั้นทั้งคืน  ผมต้องขอนอนอยู่ในห้องของพี่เวกจนสว่าง  แต่เมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน  ก็อดที่จะสงสารเธอไม่ได้  แต่ผมก็คงจะอยู่ที่หอพักนี้ไม่ได้อีกแล้ว  พอสายหน่อย  ผมก็ไปคุยกับเจ้าของหอ  ขอย้ายออกทันที  มิน่าล่ะ  ค่าเช่าถึงได้ถูก  อะไรฟรีหมดทุกอย่าง  บรรยากาศก็ดี  แต่มีผีอยู่ด้วย  แล้วใครจะอยู่ล่ะ...

                ครับ  นี่คือประสบการณ์จริงที่ผมได้พบเห็นมากับตาของตนเอง  ถ้าใครไม่เชื่อก็ไปสอบถามได้เลยนะครับ  หอพักย่านริมคลองแสนแสบ  มีหอไหนบ้างที่ผีดุ  นักศึกษาเขาจะรู้กันทั้งนั้นแหละครับ



Connect to the next generation of MSN Messenger  Get it now!


แสดงความคิดเห็นบน facebook
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
นู๋_เปิ้ล  บอกว่า:

Post at: วันที่ 24 พ.ย 2550 เวลา 23:42:13
avatar เบลล์
เบลล์  บอกว่า:

ความรักทำให้คนตาบอด

Post at: วันที่ 11 ธ.ค 2550 เวลา 13:20:58
avatar แนน
แนน  บอกว่า:

น่าสงสารจังเลย แนนเข้าใจค่ะ เพราะเป็นเพศเดียวกัน กระเทยรักใครรักจริง แต่ไม่มีใครเข้าใจหรอก

Post at: วันที่ 22 เม.ย 2552 เวลา 03:57:16
avatar นุ่น
นุ่น  บอกว่า:

เราก้ออกหักเหมือนกัน แต่ก้อยังไม่เข็ดใครสนใจก็ขอเชิญคะ 089-5151465

Post at: วันที่ 5 พ.ค 2552 เวลา 13:43:03
6d16  บอกว่า:

ตาบอดความรัก

Post at: วันที่ 10 ส.ค 2552 เวลา 11:23:33
ภูริทัต  บอกว่า:

หากชาติหน้ามีจริง ก็ขอให้อย่าเกิดเป็นกะเทยเลย น่าจะดี เกิดเป็นผู้หญิงดีกว่า จาก... ภูริทัต นิรันตราโย

Post at: วันที่ 27 ก.ค 2553 เวลา 13:20:45
Back to Top