เหตุผล:
กระทู้โพสโดย: boogboog

อ่านจบแล้ว มาช่วยกันคอมเม้นหน่อยนะ
การสะกดจิตตนเอง
การฝึกแบ่งเป็น 2 ประเภท
1. ท่าฝึกหลักสำหนับการฝึกตามกำหนดเวลา แบ่งได้เป็น2ขั้นคือ
ขึ้นที่1 ให้ผู้ฝึกทำการฝึกสร้างปราณให้เสร็จสิ้นเสียก่อน วิธีการฝึกตลอดจนจำนวนครั้งที่ฝึก ควรใช้วิธีฝึกสร้างปราณด้วยท่านอนเท่านั้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็นฝึกท่านอนไม่ได้ให้ใช้ท่านั่งแทน
ขึ้นที่2 เป็นขั้นสั่งจิตใต้สำนึก เมื่อผู้ฝึกสร้างปราณเสร็จแล้วให้ทำการฝึกขึ้นที่2 ต่อไปทันทีไม่ต้องหยุดพัก มีลำดับการฝึกดังนี้
1. นอนหงาย แขนขาเหยียดยาวไปตามธรรมชาติ เท้าทั้งสองแยกห่างกันเล็กน้อยพอสบาย แขนทั่งสองวางอยู่ข้างลำตัว ห่างจากลำต้วเล็กน้อย ฝ่ามือทั้ง2หงายขึ้น ปล่อยให้นิ้วมืองอเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อยตามธรรมชาติ ไม่ต้องออกแรกกำนิ้วมือ ศีรษะต้องไม่หนถนหมอน
2. หลับตาเบาๆทำจิตใจให้สบายประมาณสัก 5 วินาที
3. ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพไปยังมือขวาหรือแขนขวาด้วยก็ได้ ให้รู้สึกว่ามือขวานั้นหนักขึ้นเรื่อยๆ หนักขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับสร้างจินตภาพว่าที่มือขวานั้นมีแผ่นเหล็กวางซ้อนกันอยู่หลายชั้น จึงทำให้มือขวาหนัก ความรู้สึกและจินตภาพเช่นนี้ให้สร้างหรือมีอยู่เพียง 5 วินาที ไม่ควรเกินกว่านั้น ในระยะเริ่มแรกอาจจะทำภายในกำหนดเวลาไม่ได้เพราะยังไม่เคยชิน แต่เมื่อฝึกไปเรื่อยๆจะเกิดความเคยชินและทำได้ครบถ้วนภายในเวลาดังกล่าว
4. เปลี่ยนจากมือขวาหรือแขนขวาไปยังมือซ้ายหรือแขนซ้าย แล้วปฏิบัติเช่นเดียวกัน ใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาทีโดยประมาณ
5. ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจิตรตภาพไปยังขาขวาหรือเท้าขวาตั้งแต่ข้อเท้าลงไป ให้รู้สักว่าเท้าขวานั้นหนักขึ้นเรื่อยๆ หนักขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับสร้างจินตภาพว่า ที่ข้อเท้าขวานั้นถูกผูกและล่ามไว้ด้วยลูกเหล็ก ลูกเหล็กขนาดใหญ่ห้อยลงข้างล่าง ดึงให้เท้าขวารู้สึกหนัก ให้พยายามรู้สึกให้ได้ว่าเท้าขวานั้นหนักจริงๆ นึกเข่นนี้อยู่สักประมาณ 5 วินาที
6. เปลี่ยนจากเท้าขวาไปยังเท้าซ้าย แล้วปฏิบัติเช่นเดียวกัน ใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาที
7. ให้ความรู้สึกหร้อมด้วยจินตภาพกลับไปยังมือขวาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ให้รู้สึกว่ามือขวาร้อนขึ้นและร้อนขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับจินตภาพว่า ภายในเท้าขวามีขดลวดทำความร้อนอยู่ ขดลวดกำลังลุกแดง เท้าขวาจคงรู้สึกร้อน ให้นึกและสร้างจินตภาพเช่นนี้ประมาณ 5 วินาที
8. เปลี่ยนจากมือขวาเป็นซ้าย แล้วปฏิบัติเช่นเดียวกับใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาที
9. ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพกลับไปยังชาขวาหรือเท้าขวาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ให้รู้สึกว่าเท้าขวาร้อนขึ้น และร้อนขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับจินตภาพว่า ภายในเท้าขวามีขดลวดทำความร้อนอยู่ ขดลวดกำลังลุกแดงเท้าขวาจึงรู้สึกร้อน ให้นึกและสร้างจิรคภาพเช่นนี้ประมาษ 5 วินาที
10. เปลี่ยนจากเท้าขวามาเป็นเท้าซ้าย ปล้วแฏิบัติเช่นเดียวกันใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาที
11. ให้ความรู้สึกอยู่ที่ลมหายใจ ให้รู้สึกว่าลมหายใจเบา สบายละเอียด ใช้ความรู้สึกและความนึกคิดอยู่ที่ลมหายใจนี้ประมาณ 5 วินาที
12. ให้ความรู้สึกอยู่ที่จิตใจ ให้รู้สึกว่าจิตใจของเราสลาย ผ่อนคลายมีความสุขอย่างยิ่ง ใช้ความรู้สึกและความนึกคิดอยู่ที่จิตใจเช่นนี้ประมาณ 5 วินาที
---> เมื่อมาถึงจุดนี้ บางคนอาจจะรู้สึกว่าจิตใจและร่างกายสบาย สมองปลอดโปร่งเบาสบาย จิตตกอยู่ในภวังค์ และรู้สึกว่าอยากนอนอยู่ในท่านี้ตลอดไป อาจจะปล่อยให้ร่างกายพักผ่อนอยู่ในนลักษณะนี้ต่อไปก็ได้ เมื่อได้พักผ่อนได้ตามสมควรแล้ว จิตของคุณอาจจะกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้งหนึ่ง ถึงตอนนี้ให้ฝึกขั้นตอนต่อไปได้เลย ส่วนผู้ที่ยังไม่ตกอยู่ในภวังค์ก็ให้ฝึกต่อไปอีก
13. ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพไปอยู่ที่บริเวณท้อง ให้ทำความรู้สึกให้ได้ว่าท้องร้องขึ้น ท้องร้อนขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับจินตภาพว่า ภายในท้องมีขดลวดทำความร้อนขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ ขดลวดกำลังลุกแดง ท้องจึงรู้สึกร้อง ให้นึกและสร้างจินตภาพประมาณ 5 วินาที
14. ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพไปอยู่ที่หน้าผากให้ทำความรู้สึกว่า หร้าผากเย็นลง หน้าผากเย็นลง หร้อมกับจินตภาพว่า บนหน้าผากมีก้อนน้ำแข็งวางอยู่ก้อนหนึ่ง หน้าผากจึงเย็น
15. ให้ใช่ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพเห็นตัวเองกำลังยือหันหลังอยู่บนบันไดขึ้นที่ 20 และท่านกำลังเดินถอยลงมาทีละขึ้น ทีละขึ้นอย่างช้าๆ ให้นับถอยหลังในใจ พร้อมกับจินตภาพว่าท่านถอยหลังลงบันไดมาเรื่อยๆ จาก 20-19-18-17-16-15....จนถึงพื้นคือ0
ในขณะทีเดินลงบันได ให้ใช้ความรู้สึกไปด้วยว่าตัวเบาลง และกำลังของตนเองลดน้อยลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงศูนย์ หมายถึงว่า ท่านไม่มีกำลังในร่างกายเหลืออยู่อีก เคลื่อนไหวไม่ได้ ต้องนอนอยู่ในท่านั้นตลอดไป
เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว โดยปกติร่างกายและจิตใจจะถึงจถดแห่งภาวะสมดุลหมายความว่า ท่านพร้อมแล้วที่จะสั่งจิตใต้สำนึกของตนเอง และจิตใต้สำนึกของท่านก็พร้อมแล้วที่จะรับคำสั่งของท่าน การสั่งจิตใต้สำนึก ถ้าจะให้ได้ผลดี ควรสั่งเพียงเรื่องเดียวต่อการสะกดจิตตนเอง 1 ครั้ง และไม่ควรให้เกินกว่า 3 เรื่องเพราะจิตใต้สำนึกมีคุณสมบัติทำงานได้ทีละอย่างเท่านั้น
ตัวอย่างการสั่งจิตใต้สำนึก---> อาทิตย์หน้าจะเอามาลงให้ โทษทีจ้าไม่มีเวลา
2. ท่าฝึกในช่วงเวลาว่างมีอยู่ 3 ท่าคือ
1. สร้างลมปราณในท่านั่งให้เสร็จสิ้นเสียก่อน วิธีการฝึกตลอดจนจำนวนครั้งที่ฝึก
2. เป็นขั้นคำสั่งจิตใต้สำนึก เมื่อผู้ฝึกสร้างลมปราณเสร็จแล้ว ให้ทำการผุกขึ้นที่ 2 โดยไม่ต้องอยุดพัก
นั่งอยู่บนเก้าอี้ จะมีพนักพิงหรือไม่ก็ได้ จะกระทำที่ไหนก็ได้ เช่น ที่บ้าน ที่ทำงาน บนรถเมล์ บนรถไฟ นั่งในอริยาบถสบาย ๆ หลังจะพิงหรือไม่ก็ได้ ปล่อยเท้างาวราบลงบนพื้น ฝ่าเท้าควรวางไว้พอดีกับพื้น ถ้าเท้าไม่ถึงพื้นให้หาหมอนหรือไม้มารองเท้าพอให้วางเท้าได้พอดี เท้าทั้งสองข้างวางห่างกันเล็กน้อยตามธรรมชาติ ปล่อยจิตใจให้สบาย หลับตาลงเบาๆ ทำจิตใจให้สบายสัก 5 วินาที แล้วเริ่มฝึกปฏิยัติตามขึ้นตอนเหมือนกับการฝึกในท่านอน
3. เป็นขั้นสั่งให้ตื่นขึ้นเมื่อต้องการให้เลิกฝึก ให้นับ1-10ในใจ โดยแบ่งช่วงการนับออกเป็น 4 ช่วง เหมือนกับการสั่งให้ตื่นจากการฝึกในท่านอน
การสะกดจิตตัวเองอาจทำในท่านอนก็ได้ แต่ไม่ค่อยเกิดผลมากนักจึงไม่แนะนำให้ฝึก หากท่านสามารถปฏิบัติด้วยทาานอนสม่ำเสมอทุกวันอย่างน้อยวันละ1ครั้งได้แล้ว ก็นับว่าเป็นการเพียงพอสำหรับการฝึกในวันหนึ่งๆ ขัอสำคัญขอให้ทำใจในเบื้องต้นว่า การฝึกสะกดจิตจะต้องค่อยเป็นค่อยไป และใจเย็น ๆ ไม่ควรใจร้อนหวังผล ยิ่งใจร้อนสภาวะสมดุลยิ่งเกิดยาก ผลที่ได้ก็จะยากขึ้นด้วย ค่อยๆฝึกไป อย่ารีบร้อน แล้วจะเห็นผลของวิชานี้เอง
Connect to the next generation of MSN Messenger Get it now!
1. ท่าฝึกหลักสำหนับการฝึกตามกำหนดเวลา แบ่งได้เป็น2ขั้นคือ
ขึ้นที่1 ให้ผู้ฝึกทำการฝึกสร้างปราณให้เสร็จสิ้นเสียก่อน วิธีการฝึกตลอดจนจำนวนครั้งที่ฝึก ควรใช้วิธีฝึกสร้างปราณด้วยท่านอนเท่านั้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็นฝึกท่านอนไม่ได้ให้ใช้ท่านั่งแทน
ขึ้นที่2 เป็นขั้นสั่งจิตใต้สำนึก เมื่อผู้ฝึกสร้างปราณเสร็จแล้วให้ทำการฝึกขึ้นที่2 ต่อไปทันทีไม่ต้องหยุดพัก มีลำดับการฝึกดังนี้
1. นอนหงาย แขนขาเหยียดยาวไปตามธรรมชาติ เท้าทั้งสองแยกห่างกันเล็กน้อยพอสบาย แขนทั่งสองวางอยู่ข้างลำตัว ห่างจากลำต้วเล็กน้อย ฝ่ามือทั้ง2หงายขึ้น ปล่อยให้นิ้วมืองอเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อยตามธรรมชาติ ไม่ต้องออกแรกกำนิ้วมือ ศีรษะต้องไม่หนถนหมอน
2. หลับตาเบาๆทำจิตใจให้สบายประมาณสัก 5 วินาที
3. ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพไปยังมือขวาหรือแขนขวาด้วยก็ได้ ให้รู้สึกว่ามือขวานั้นหนักขึ้นเรื่อยๆ หนักขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับสร้างจินตภาพว่าที่มือขวานั้นมีแผ่นเหล็กวางซ้อนกันอยู่หลายชั้น จึงทำให้มือขวาหนัก ความรู้สึกและจินตภาพเช่นนี้ให้สร้างหรือมีอยู่เพียง 5 วินาที ไม่ควรเกินกว่านั้น ในระยะเริ่มแรกอาจจะทำภายในกำหนดเวลาไม่ได้เพราะยังไม่เคยชิน แต่เมื่อฝึกไปเรื่อยๆจะเกิดความเคยชินและทำได้ครบถ้วนภายในเวลาดังกล่าว
4. เปลี่ยนจากมือขวาหรือแขนขวาไปยังมือซ้ายหรือแขนซ้าย แล้วปฏิบัติเช่นเดียวกัน ใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาทีโดยประมาณ
5. ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจิตรตภาพไปยังขาขวาหรือเท้าขวาตั้งแต่ข้อเท้าลงไป ให้รู้สักว่าเท้าขวานั้นหนักขึ้นเรื่อยๆ หนักขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับสร้างจินตภาพว่า ที่ข้อเท้าขวานั้นถูกผูกและล่ามไว้ด้วยลูกเหล็ก ลูกเหล็กขนาดใหญ่ห้อยลงข้างล่าง ดึงให้เท้าขวารู้สึกหนัก ให้พยายามรู้สึกให้ได้ว่าเท้าขวานั้นหนักจริงๆ นึกเข่นนี้อยู่สักประมาณ 5 วินาที
6. เปลี่ยนจากเท้าขวาไปยังเท้าซ้าย แล้วปฏิบัติเช่นเดียวกัน ใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาที
7. ให้ความรู้สึกหร้อมด้วยจินตภาพกลับไปยังมือขวาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ให้รู้สึกว่ามือขวาร้อนขึ้นและร้อนขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับจินตภาพว่า ภายในเท้าขวามีขดลวดทำความร้อนอยู่ ขดลวดกำลังลุกแดง เท้าขวาจคงรู้สึกร้อน ให้นึกและสร้างจินตภาพเช่นนี้ประมาณ 5 วินาที
8. เปลี่ยนจากมือขวาเป็นซ้าย แล้วปฏิบัติเช่นเดียวกับใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาที
9. ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพกลับไปยังชาขวาหรือเท้าขวาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ให้รู้สึกว่าเท้าขวาร้อนขึ้น และร้อนขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับจินตภาพว่า ภายในเท้าขวามีขดลวดทำความร้อนอยู่ ขดลวดกำลังลุกแดงเท้าขวาจึงรู้สึกร้อน ให้นึกและสร้างจิรคภาพเช่นนี้ประมาษ 5 วินาที
10. เปลี่ยนจากเท้าขวามาเป็นเท้าซ้าย ปล้วแฏิบัติเช่นเดียวกันใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาที
11. ให้ความรู้สึกอยู่ที่ลมหายใจ ให้รู้สึกว่าลมหายใจเบา สบายละเอียด ใช้ความรู้สึกและความนึกคิดอยู่ที่ลมหายใจนี้ประมาณ 5 วินาที
12. ให้ความรู้สึกอยู่ที่จิตใจ ให้รู้สึกว่าจิตใจของเราสลาย ผ่อนคลายมีความสุขอย่างยิ่ง ใช้ความรู้สึกและความนึกคิดอยู่ที่จิตใจเช่นนี้ประมาณ 5 วินาที
---> เมื่อมาถึงจุดนี้ บางคนอาจจะรู้สึกว่าจิตใจและร่างกายสบาย สมองปลอดโปร่งเบาสบาย จิตตกอยู่ในภวังค์ และรู้สึกว่าอยากนอนอยู่ในท่านี้ตลอดไป อาจจะปล่อยให้ร่างกายพักผ่อนอยู่ในนลักษณะนี้ต่อไปก็ได้ เมื่อได้พักผ่อนได้ตามสมควรแล้ว จิตของคุณอาจจะกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้งหนึ่ง ถึงตอนนี้ให้ฝึกขั้นตอนต่อไปได้เลย ส่วนผู้ที่ยังไม่ตกอยู่ในภวังค์ก็ให้ฝึกต่อไปอีก
13. ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพไปอยู่ที่บริเวณท้อง ให้ทำความรู้สึกให้ได้ว่าท้องร้องขึ้น ท้องร้อนขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับจินตภาพว่า ภายในท้องมีขดลวดทำความร้อนขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ ขดลวดกำลังลุกแดง ท้องจึงรู้สึกร้อง ให้นึกและสร้างจินตภาพประมาณ 5 วินาที
14. ให้ใช้ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพไปอยู่ที่หน้าผากให้ทำความรู้สึกว่า หร้าผากเย็นลง หน้าผากเย็นลง หร้อมกับจินตภาพว่า บนหน้าผากมีก้อนน้ำแข็งวางอยู่ก้อนหนึ่ง หน้าผากจึงเย็น
15. ให้ใช่ความรู้สึกพร้อมด้วยจินตภาพเห็นตัวเองกำลังยือหันหลังอยู่บนบันไดขึ้นที่ 20 และท่านกำลังเดินถอยลงมาทีละขึ้น ทีละขึ้นอย่างช้าๆ ให้นับถอยหลังในใจ พร้อมกับจินตภาพว่าท่านถอยหลังลงบันไดมาเรื่อยๆ จาก 20-19-18-17-16-15....จนถึงพื้นคือ0
ในขณะทีเดินลงบันได ให้ใช้ความรู้สึกไปด้วยว่าตัวเบาลง และกำลังของตนเองลดน้อยลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงศูนย์ หมายถึงว่า ท่านไม่มีกำลังในร่างกายเหลืออยู่อีก เคลื่อนไหวไม่ได้ ต้องนอนอยู่ในท่านั้นตลอดไป
เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว โดยปกติร่างกายและจิตใจจะถึงจถดแห่งภาวะสมดุลหมายความว่า ท่านพร้อมแล้วที่จะสั่งจิตใต้สำนึกของตนเอง และจิตใต้สำนึกของท่านก็พร้อมแล้วที่จะรับคำสั่งของท่าน การสั่งจิตใต้สำนึก ถ้าจะให้ได้ผลดี ควรสั่งเพียงเรื่องเดียวต่อการสะกดจิตตนเอง 1 ครั้ง และไม่ควรให้เกินกว่า 3 เรื่องเพราะจิตใต้สำนึกมีคุณสมบัติทำงานได้ทีละอย่างเท่านั้น
ตัวอย่างการสั่งจิตใต้สำนึก---> อาทิตย์หน้าจะเอามาลงให้ โทษทีจ้าไม่มีเวลา
2. ท่าฝึกในช่วงเวลาว่างมีอยู่ 3 ท่าคือ
1. สร้างลมปราณในท่านั่งให้เสร็จสิ้นเสียก่อน วิธีการฝึกตลอดจนจำนวนครั้งที่ฝึก
2. เป็นขั้นคำสั่งจิตใต้สำนึก เมื่อผู้ฝึกสร้างลมปราณเสร็จแล้ว ให้ทำการผุกขึ้นที่ 2 โดยไม่ต้องอยุดพัก
นั่งอยู่บนเก้าอี้ จะมีพนักพิงหรือไม่ก็ได้ จะกระทำที่ไหนก็ได้ เช่น ที่บ้าน ที่ทำงาน บนรถเมล์ บนรถไฟ นั่งในอริยาบถสบาย ๆ หลังจะพิงหรือไม่ก็ได้ ปล่อยเท้างาวราบลงบนพื้น ฝ่าเท้าควรวางไว้พอดีกับพื้น ถ้าเท้าไม่ถึงพื้นให้หาหมอนหรือไม้มารองเท้าพอให้วางเท้าได้พอดี เท้าทั้งสองข้างวางห่างกันเล็กน้อยตามธรรมชาติ ปล่อยจิตใจให้สบาย หลับตาลงเบาๆ ทำจิตใจให้สบายสัก 5 วินาที แล้วเริ่มฝึกปฏิยัติตามขึ้นตอนเหมือนกับการฝึกในท่านอน
3. เป็นขั้นสั่งให้ตื่นขึ้นเมื่อต้องการให้เลิกฝึก ให้นับ1-10ในใจ โดยแบ่งช่วงการนับออกเป็น 4 ช่วง เหมือนกับการสั่งให้ตื่นจากการฝึกในท่านอน
การสะกดจิตตัวเองอาจทำในท่านอนก็ได้ แต่ไม่ค่อยเกิดผลมากนักจึงไม่แนะนำให้ฝึก หากท่านสามารถปฏิบัติด้วยทาานอนสม่ำเสมอทุกวันอย่างน้อยวันละ1ครั้งได้แล้ว ก็นับว่าเป็นการเพียงพอสำหรับการฝึกในวันหนึ่งๆ ขัอสำคัญขอให้ทำใจในเบื้องต้นว่า การฝึกสะกดจิตจะต้องค่อยเป็นค่อยไป และใจเย็น ๆ ไม่ควรใจร้อนหวังผล ยิ่งใจร้อนสภาวะสมดุลยิ่งเกิดยาก ผลที่ได้ก็จะยากขึ้นด้วย ค่อยๆฝึกไป อย่ารีบร้อน แล้วจะเห็นผลของวิชานี้เอง
Connect to the next generation of MSN Messenger Get it now!
ข้อมูลที่ถูกโพส บนหน้าเว็บ http://www.fwdder.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นข้อมูลใดๆ ที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@fwdder.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการ เก็บข้อมูลและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทันที ขอขอบพระคุณ
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก
