Forget password
by: meawjaa
0 ความเห็น / 447 คนอ่าน
Forward at: 1 ปีที่ผ่านมา


X

เหตุผล:

X

เหตุผล:

แชร์ให้เพื่อนเวบอื่น


กระทู้โพสโดย: meawjaa

อ่านจบแล้ว มาช่วยกันคอมเม้นหน่อยนะ

แง่คิดจากหนัง

Tag : ธรรมะ,เตือนใจ,ข้อคิด,สิ่งดีดี,สอนใจ,หลักธรรม,คำสอน
 

“แต่งงานกันมั้ย?”

(จากภาพยนตร์เรื่อง Tale of the Unusual ตอน The marriage simulator)
ชลนิล

"บทความนี้มีการเฉลยเนื้อหาที่อาจจะทำให้ผู้อ่านเสียอรรถรสในการชมภาพยนตร์"


...หากคุณเคยชมภาพยนตร์กันมามากแล้ว สนใจอยากลองชมภาพยนตร์อีกสักเรื่องไหม...ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เหมือนใคร เพราะมันจะฉายภาพชีวิตหลังแต่งงานของคุณ อย่างซื่อตรงที่สุด...

---000---

สายฝนเทลงมาอย่างไม่ผ่อนพัก สาดสายพร่างพรูไปทั่วท้องถนน ฮารุกำลังหลบฝนอยู่ใต้ชายคาหน้าโรงภาพยนตร์ หล่อนนึกขัดใจตัวเองที่ลืมร่มไว้บนรถไฟฟ้า ไม่เช่นนั้นคงกลับถึงบ้านนานแล้ว

รถเมล์คันหนึ่งแล่นมาจอด ยูอิจิรีบลงจากรถ วิ่งมาหลบฝนที่ชายคาโรงภาพยนตร์ไม่ห่างจากฮารุนัก ทั้งสองยืนเงียบ ๆ อยู่ชั่วครู่ สายฝนยังไม่มีท่าทีจะซาแม้สักน้อย ภายนอกดูขาวพร่างราวกับจะแยกสองหนุ่มสาวให้อยู่ในดินแดนส่วนตัว

เข็มนาฬิกาขยับเดินทีละนิด ยูอิจิค่อยรวบรวมความกล้า เอ่ยปากทักทายหญิงสาว...ท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตาเช่นนี้ ฮารุไม่มีอะไรทำมากไปกว่าพูดคุยทักทายตอบกับยูอิจิ ชายหนุ่มสุภาพ น่ารัก ผู้มากับสายฝน

นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักใต้ม่านพระพิรุณ...

---000---

ความรักสุกงอม ยูอิจิกับฮารุตัดสินใจแต่งงาน โดยใช้บริการของบริษัทรับจัดงานแต่งงาน...บริษัทนี้มีแพคเกจให้คู่วิวาห์อย่างน่าสนใจ นอกจากสถานที่จัดงานและทุกสิ่งพร้อมสรรพแล้ว หลังจากแต่งงานหนึ่งปี ทางบริษัทจะส่งตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบร์คู่ไปให้เป็นที่ระลึก ครบรอบห้าปี จะส่งไวน์ซึ่งหมักบ่มมา ห้าปีนับจากวันแต่งงาน ไปให้ทั้งคู่ดื่มฉลองสมรส และเมื่อครบสิบปี ก็จะส่งม้วนวิดีโอ ที่ต่างคนพูดความในใจ ให้แก่คู่สมรสของตนในอีกสิบปีข้างหน้า

หลังจากฮารุกับยูอิจิตกลงเลือกใช้บริการของบริษัทนี้ ก็ได้ไปอัดวิดีโอความในใจให้แก่คู่สมรสตนในอีกสิบปีข้างหน้า จากนั้นก็พบว่า บริษัทนี้ยังมีบริการอีกอย่างที่กระตุ้นความอยากรู้ของคู่วิวาห์

นั่นคือบริการดู “ภาพจำลองหลังชีวิตแต่งงาน” ซึ่งภาพจำลองนี้จะใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพจากข้อมูลดีเอ็นเอของแต่ละฝ่าย รวมถึงภูมิหลัง ประวัติส่วนตัวมาประกอบ ทำให้สามารถคำนวณ สร้างภาพชีวิตคู่หลังแต่งงานอย่างใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด

แน่นอน...ฮารุและยูอิจิย่อมสนใจอยากรู้...ชีวิตหลังแต่งงานจะเป็นเช่นไร

---000---

วันวิวาห์อันแสนสุข รอยยิ้ม กลีบกุหลาบกระจายเกลื่อน ตื่นเช้ามาพบคนรักนอนเคียงข้าง ช่างสุขเหมือนในฝัน...แต่พอนานวัน เริ่มมองเห็นนิสัยเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ ของแต่ละฝ่ายที่ไม่สอดคล้องกัน มีความขัดแย้งเล็ก ๆ ควบคู่กับการพยายามปรับตัว ปรับใจเข้าหากัน

ผ่านปีแรกไปอย่างไม่มีปัญหาร้ายแรง แต่สองฝ่ายก็ได้เห็นอีกด้านของคู่ตนชัดเจน ยูอิจิกลับจากทำงานนอกบ้าน ก็จะทำตัวตามสบาย ฮารุจู้จี้ ขี้บ่น มากกว่าเดิมเรื่องที่เขาไม่เคยแบ่งเบาภาระงานบ้านจากเธอ ปัญหาที่เหมือนไม่หนักหนาแต่ก็สะสมมาเรื่อย ๆ ขนาดมีลูกคนแรก ยูอิจิก็ยังทำให้ฮารุเสียความรู้สึก เรื่องการตั้งชื่อลูกอีก

ครบรอบห้าปี ไวน์จากบริษัทรับจัดงานแต่งงานมาถึง แต่ยูอิจิก็ติดงานสำคัญ มีภาระรับผิดชอบงานในหน้าที่มากเกินกว่าจะมาร่วมดื่มไวน์ฉลองครบรอบวันวิวาห์กับภรรยาได้ ฮารุโกรธ โมโห เสียใจ จนเกิดปากเสียงกันรุนแรง ต่างก็ยึดในเหตุผลของตัวเอง โดยไม่ยอมเข้าใจฝ่ายตรงข้าม

ลูกชายของทั้งคู่เพิ่งจะเข้าโรงเรียนไม่นาน ฮารุก็ขอออกไปทำงานนอกบ้าน เพราะเบื่อกับชีวิตแม่บ้านที่วัน ๆ ไม่ได้ไปไหน ยูอิจิไม่ยอม จนเกิดปากเสียงกันอีก จนเขาต้องยอมพบกันครึ่งทาง ให้ฮารุไปทำงานนอกบ้านได้ แต่ต้องย้ายครอบครัวไปอยู่บ้านพ่อแม่เขา เพื่อให้ปู่ย่าช่วยดูแลหลานชาย

ฮารุไม่ยอมเด็ดขาด เกิดปากเสียงรุนแรงถึงขนาด ขอหย่าขาดจากกัน!

---000---

เมื่อได้เห็นภาพชีวิตหลังแต่งงานแล้ว...เป็นอย่างไร....ความสุขในวันวิวาห์มีแค่ชั่วพักชั่วยาม จากนั้นคือปัญหาที่เรียงรายมาให้ประสบ ตลอดการเดินทางของชีวิตคู่

ยูอิจิกับฮารุไม่อาจปฏิเสธได้ว่าปัญหาเหล่านั้นจะไม่เกิด...นี่คือเรื่องปกติธรรมดาของครอบครัว ควรจะบอกว่าเป็นปัญหาพื้นฐานที่ครอบครัวทั่วไปน่าจะพบเจอ ที่พวกเขาต้องยอมรับอีกอย่างคือ เมื่อเจอปัญหาเหล่านั้น พวกเขาคงจะแก้ปัญหาอย่างที่เห็นในภาพจำลอง...เพราะนั่นเป็นนิสัยของพวกเขาจริง ๆ

การแต่งงานจึงถูกยกเลิก....

“ก็ดีนะที่เราได้รู้ก่อนแต่งงาน... จะได้ไม่เสียเวลากันทั้งสองฝ่าย” คำพูดนี้หลุดมาอย่างขมขื่น

“ถ้าหากคบกันต่อไป แล้วต้องจบลงด้วยความเศร้า เราก็ควรแยกกันให้เร็วที่สุดจะดีกว่า” ประโยคนี้มีเหตุผล แต่หัวใจคนที่ยังมีความรักต่อกันเช่นนั้น จะสามารถทำได้ง่ายดายเชียวหรือ?

ยูอิจิกับฮารุแยกทางกัน ทั้งที่หัวใจยังผูกพัน ใยรักไม่ได้ขาดสะบั้น ความทุกข์จากความโหยหา คิดถึงจึงรุมเร้าใจ...แม้จะทำตัวตามปกติ แม้จะย้ำบอกตัวเองถึงตอนจบ ปลายทางชีวิตคู่ว่ามันย่ำแย่สักแค่ไหน ใจมันก็ไม่ยอมฟัง...ยังดื้อดึงหวงความทุกข์โดยไม่ยอมสร่างซา...

เมื่อไม่มีพิธีวิวาห์ ทางบริษัทรับจัดงานแต่งงานจึงส่งคืนม้วนวิดีโอที่ทั้งคู่ถ่ายไว้... แต่ให้สลับกัน ฮารุได้ดูวิดีโอของยูอิจิ และยูอิจิได้ดูวิดีโอของฮารุ

ฮารุเปิดดูวิดีโอของยูอิจิ แค่เห็นหน้าเขา ใจก็แทบโลดแล่นไปหา...เป็นวิดีโอที่เขาตั้งใจพูดกับเธอในวันครบรอบสิบปีของการแต่งงาน...

ยูอิจิพูดถึงนิสัยเสีย ๆ ของตนเองมากมาย และขอโทษฮารุล่วงหน้าหากเขาจะทำให้เธอโกรธ หรือขัดใจ จากนั้นเขาก็เล่าความลับให้ฟังว่า...การพบกันครั้งแรกของทั้งคู่ ไม่ใช่เหตุบังเอิญหรือโชคชะตาชักพา ยูอิจิแอบชอบฮารุมานานแล้ว แต่เธอไม่สังเกตเห็นเขาเอง จนวันที่ได้เจอกันนั้น ยูอิจิก็จงใจลงจากรถเมล์ เพื่อไปหลบฝนชายคาเดียวกับเธอ...แต่เพราะฮารุคิดว่าการพบกันครั้งนั้นเป็นโชคชะตา พรหมลิขิต เขาจึงไม่กล้าเล่าความจริง ปล่อยให้เธอมีความสุขกับความคิดนี้ต่อไป

ยูอิจิบอกว่าฮารุคือคนสำคัญที่สุด แม้บางครั้งจะมีการทะเลาะกันอย่างไร ขัดเคืองใจสักแค่ไหน เขาก็ยังรักเธอเสมอ สุดท้ายเขาบอกขอบคุณฮารุ สำหรับสิบปีที่แสนวิเศษ สิบปีที่เธอสามารถอดทนต่อผู้ชายอย่างเขาได้...

---000---

หลังจากต่างฝ่ายได้ดูวิดีโอจบ คงไม่ต้องตอบว่า บทสรุปของหนังเป็นอย่างไร....

ระหว่างการที่ต้องอยู่คนเดียว แล้วเป็นทุกข์จากความเงียบเหงา โหยหาคนรัก ความรัก กับการร่วมใช้ชีวิตคู่ แล้วต้องเผชิญกับปัญหา ความทุกข์ที่เดาไม่ได้ คาดไม่ถึง ทั้งสองพร้อมจะเลือกความทุกข์อย่างหลัง...

อาจเพราะ ถึงอย่างไรก็เป็นทุกข์...ขอหนีทุกข์ในปัจจุบันไปก่อน ต่อให้พบเจอความทุกข์ที่หนักหนา รออยู่ในอนาคตก็กล้าเสี่ยง....เพราะยังมองมันไม่เห็น

ไม่รู้ว่านี่คือการตัดสินใจถูกหรือผิด?

หากเลือกมองแง่ดีอีกสักนิด ในเมื่อฮารุกับยูอิจิรู้แล้วว่า ปัญหาของการใช้ชีวิตร่วมกันมีอะไรบ้าง ต่างก็รีบปรับตัว ปรับใจกันเสียตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกัน พร้อมรับมือกับปัญหาเหล่านั้นก็น่าจะทำให้ชีวิตคู่ราบรื่นกว่าเดิม

แต่จะผ่านอุปสรรค ปัญหาได้จริงหรือไม่...มันคงต้องลองเสี่ยงดู!

ถ้าถามว่า มีเส้นทางของชีวิตคู่ที่ไม่ต้องเสี่ยงต่อความทุกข์เลยหรือไม่...

คำตอบคือ...ไม่มี

เพราะความทุกข์คือความจริง

เพราะความเปลี่ยนแปลง ไม่เที่ยงทนคือความจริง

เพราะความไม่ใช่ตัวตน บังคับควบคุมไม่ได้คือความจริง

อยากจะเดินบนเส้นทางออกจากทุกข์ ต้องเรียนรู้ความจริงเหล่านี้...แต่ถ้าเห็นว่า เวลานี้ยังไม่จำเป็น ก็อย่ามาเสียเวลาพร่ำบ่นต่อความทุกข์กันเลย

หวงเหตุแห่งทุกข์ไว้...ย่อมหนีทุกข์ไม่พ้นหรอก



Fantastic 4: Rise of the Silver Surfer – เมตตา สามัคคี มีทางเลือก

ประพันธ์

"บทความนี้มีการเฉลยเนื้อหาที่อาจจะทำให้ผู้อ่านเสียอรรถรสในการชมภาพยนตร์"


คนเรา แม้จะมีพลังอำนาจมากมายแค่ไหน สักวัน ก็ต้องพบคนที่มีพลังอำนาจเหนือกว่าเข้าจนได้ ดังประโยคที่ว่า “เหนือฟ้า ยังมีฟ้า” นั่นแหละ แล้วพลังแบบไหนกันล่ะ? ถึงจะอยู่คงทนถาวร สามารถเอาชนะได้ทุกสิ่ง จะใช่พลังอำนาจเงิน (ความร่ำรวย), พลังจากอาวุธ หรือพลังพิเศษอื่นใด เรามาลองดูตัวอย่างจากหนังภาคต่อเรื่องนี้กันดีกว่า

หลังจากที่เหล่าสมาชิกผู้มีพลังพิเศษทั้ง 4 คน ในนาม Fantastic 4 คือ รี้ด มนุษย์ยางยืด สามารถยืดหรือหดร่างกายได้ทุกส่วน ซู สาวล่องหน สามารถทำให้คนอื่นมองไม่เห็นตัว รวมถึงสิ่งของต่างๆ และสร้างสนามพลังป้องกันตัวได้ เบ็น มนุษย์ภูผา มีร่างกายแข็งแกร่งดั่งหินผา และ จอห์นนี่ มนุษย์คบเพลิง สามารถสร้างเปลวไฟ และเหาะได้โดยการเปลี่ยนร่างกายเป็นไฟ ได้ร่วมกันปราบผู้ร้ายในภาคแรก ซึ่งก็คือ วิคเตอร์ ผู้สามารถสร้างพลังแม่เหล็กไฟฟ้า และส่งเขาไปอยู่ในดินแดนอันไกลโพ้น

ในขณะที่ ซู กับ รี้ด กำลังเข้าพิธีแต่งงานกัน พวกเขาทั้งสี่คน ก็ได้พบกับผู้ร้ายรายใหม่ ที่สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก นั่นก็คือ มนุษย์ต่างดาวสีเงิน ผู้มีพลังงานมากมายมหาศาล และสามารถเหาะทะลุทะลวงได้ทุกสิ่ง ซึ่งแหล่งพลังของเขาก็คือ เซิร์ฟบอร์ด ที่เขาใช้อยู่นั่นเอง ด้วยเหตุนี้ รี้ด จึงเรียกเขาว่า ซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์ แต่ว่า ซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์ คือ ผู้ร้ายที่คิดจะมาทำลายล้างโลกจริงหรือ นั่นคือสิ่งที่ ซู สงสัย

จากนั้น รี้ด ก็ได้ร่วมมือกับ นายพลเฮเกอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนจากรัฐบาล ผู้ได้รับมอบอำนาจให้มาจัดการกับผู้มาเยือน และยังต้องจำใจร่วมมือกับ วิคเตอร์ ที่ฟื้นกลับมาสู่สภาพเดิมได้ เพราะผลพลอยได้จากพลังงานที่แผ่ออกมาจาก ซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์ ในการสร้างเครื่องมือสำหรับแยก เซิร์ฟบอร์ด ออกจาก ซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์ อันเป็นเหตุให้ ซู ได้เผชิญหน้ากับ ซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์ เป็นครั้งแรก

เมื่อแผนการสำเร็จ ซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์ ถูกจับ แต่แทนที่ Fantastic 4 จะได้รับความดีความชอบ และได้โอกาสสอบถามสิ่งที่ ซู สงสัย พวกเขากลับถูกนายพลเฮเกอร์ปฏิเสธ และกักขังพวกเขาไว้ ดังนั้น พวกเขาจึงต้อง สร้างโอกาสขึ้นเอง โดยการให้ ซู ล่องหน แอบลอบเข้าไปคุยกับซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์ จนได้รู้ว่า ผู้ที่ต้องการทำลายล้างโลก โดยการกลืนกินพลังชีวิตและดวงดาวก็คือ กาแล็คตัส แต่ที่ซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์จำเป็นต้องรับใช้กาแล็คตัส ก็เพื่อ ปกป้องดาวของตนและคนที่ตนรัก โดยอ้างว่า เขาต้องทำเพราะ ไม่มีทางเลือก

จริงหรือที่ เขา ไม่มีทางเลือก เขามองข้ามอะไรไปหรือเปล่า?

ตรงกันข้ามกับ ซู ที่เชื่อว่า เราทุกคน มีทางเลือกเสมอ

ในขณะเดียวกันนั้น อีกด้านหนึ่ง วิคเตอร์ ก็กำลังดำเนินการตามแผนอันชั่วร้ายอยู่ โดยให้นายพลเฮเกอร์ พาเข้าไปในห้องเก็บเซิร์ฟบอร์ดของซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์ ส่วนตัวนายพลเฮเกอร์เองนั้น ก็เป็นคนที่มีนิสัย หลงอำนาจ ถือตัวว่า ตนสามารถควบคุมคนอื่นได้ทั้งหมด จึงได้หลงเชื่อผู้ร้ายตัวจริงอย่างวิคเตอร์ จนในที่สุดเขาก็ได้รับบทเรียน ชนิดที่เรียกว่า ไม่มีโอกาสแม้แต่จะเสียใจ หรือขออโหสิกรรม จากคนที่เขาเคยทำไม่ดีเอาไว้ และเมื่อเขาต้องไปสู่ภพใหม่ เขาก็จะไม่มีทางรู้เลยว่า เขาเคยทำกรรมใดไว้ในอดีตบ้าง

ดังนั้น วิคเตอร์ จึงได้พลังจากเซิร์ฟบอร์ดไป ในขณะที่ Fantastic 4 ก็ช่วยซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์ออกมาได้ และต้องหาทางชิงเซิร์ฟบอร์ด ซึ่งเป็นสิ่งดึงดูดกาแล็คตัส ให้มาทำลายโลก เพื่อให้ซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์นำออกไปให้ไกลจากโลก Fantastic 4 จึงต้องต่อสู้กับวิคเตอร์ ซึ่งมีพลังทำลายมหาศาล ในขณะที่กาแล็คตัส ก็เข้าใกล้โลกมากขึ้นทุกที

ในระหว่างการต่อสู้นั้น Fantastic 4 เป็นฝ่ายเสียเปรียบ จนทำให้พวกเขาทั้งสี่ ต้องแยกกันไป คนละทิศ คนละทาง วิคเตอร์ จึงได้โอกาสที่จะฆ่าซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์ ซึ่งอยู่กับซู แต่ด้วย ความเมตตา ที่ซู มีต่อเพื่อนมนุษย์ และยังได้เผื่อแผ่ไปถึงสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกด้วย ซู จึงยอมเสียสละชีวิตตน เพื่อปกป้องซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์

ก่อนที่ซูจะหมดลมหายใจ Fantastic 4 จึงได้สามัคคี รวมพลังของทั้งสี่ ไปไว้ในตัวของจอห์นนี่ เพื่อต่อสู้กับวิคเตอร์ จนสามารถเอาชนะ และแยกเซิร์ฟบอร์ดออกมาให้ซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์ได้

เมื่อได้เห็น ความเมตตา และ ความเสียสละ ที่ซูมีให้ อย่างไม่จำกัดแล้ว ทำให้ซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์คิดได้อย่างที่ ซู เคยพูดไว้ว่า เราทุกคน มีทางเลือกเสมอ เขาจึงตัดสินใจเหาะพุ่งเข้าไปหากาแล็คตัส ที่กำลังจะทำลายโลกอยู่ และได้ใช้พลังที่มีอยู่ทั้งหมดของเขา เพื่อทำลายกาแล็คตัส แม้จะต้องแลกกับการเสียสละชีวิตตนไปด้วยก็ตาม

ในที่สุด มนุษย์โลกทั้งหลายก็รอดพ้น จากการถูกกลืนกิน โดยกาแล็คตัส

แต่..ในความเป็นจริง มนุษย์โลกส่วนใหญ่ก็กำลังถูกกลืนกิน โดยกิเลสตัณหาในจิตใจตน อย่างไม่รู้ตัว จนโลกแทบจะลุกเป็นไฟอยู่แล้ว

แล้วใคร หรือ พลังอำนาจแบบไหนล่ะ? ที่จะช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น จากการถูกกลืนกิน โดยกิเลสตัณหาได้ ถ้าไม่ใช่ตัวของเราเอง กับพลังแห่ง ความเมตตา ความสามัคคี และ ความเสียสละ เพื่อความสงบสุขที่แท้จริงของชีวิต

เราทุกคน มีทางเลือกเสมอ แล้วคุณล่ะ เลือกเส้นทางไหน ให้กับชีวิตตนเอง


         This email was Anti Virus checked by bangchak Security Gateway.

      

      



มีทั้งหมด 5 รูป กำลังสร้างสไลด์โชว์ / ดูรูปทั้งหมดแบบเต็มๆ

movie1.jpg
ดูรูปใหญ่ (ขนาด 37K)
movie2.jpg
ดูรูปใหญ่ (ขนาด 66K)
movie3.jpg
ดูรูปใหญ่ (ขนาด 40K)
movie4.jpg
ดูรูปใหญ่ (ขนาด 51K)
movie5.jpg
ดูรูปใหญ่ (ขนาด 43K)

ข้อมูลที่ถูกโพส บนหน้าเว็บ http://www.fwdder.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นข้อมูลใดๆ ที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@fwdder.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการ เก็บข้อมูลและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทันที ขอขอบพระคุณ


:01: :02: :03: :04: :05: :06: :07: :08: :09: :10: :11: :12: :13: :14: :15: :16: :17: :18: :19: :20: :21: :22: :23: :24: :25: :26: :27: :28: :29: :30: :31: :32: :33: