!!การแพทย์ไทยก้าวหน้าอีกระดับ 'ส่องกล้องรูเดียว' ผ่ามดลูกได้สำเร็จ!!

โพสต์ รูปและวีดีโอ
fwdder !!การแพทย์ไทยก้าวหน้าอีกระดับ 'ส่องกล้องรูเดียว' ผ่ามดลูกได้สำเร็จ!!
tag:ความรู้
 
 
 

ในแต่ละปีมีผู้หญิงไทยจำนวนไม่น้อยเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจาก “มดลูกหรือความผิดปกติของมดลูก” ถึงขั้นต้องผ่าตัด งานด้านสูตินรีแพทย์จึงเป็นงานที่รักษา คนไข้ให้ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันในวงการแพทย์ไทยมีการพัฒนาการผ่าตัดรักษาคนไข้ให้มีความปลอดภัยสูงขึ้น เจ็บตัวน้อยที่สุดรวมทั้งบาดแผลจากการผ่าตัดก็เล็กลง ล่าสุดสามารถใช้วิธีการรักษาแบบส่องกล้องผ่าตัดเพียงรูเดียวทางสะดือได้เป็นผลสำเร็จ!!
 
การผ่าตัดมดลูกด้วยการส่องกล้องแบบรูเดียวทางสะดือ ถือเป็นวิวัฒนาการใหม่ของวงการแพทย์ที่ทางทีมหมอสูตินรีเวช โรงพยาบาลกลาง เป็นผู้ริเริ่มและปฏิบัติจนสำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทย นพ.สุวันชัย ชัยรัชนีบูลย์ สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลกลาง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและริเริ่มใช้วิธีการผ่าตัดรักษามดลูกด้วยการส่องกล้องแบบรูเดียวทางสะดือ ให้ความรู้ว่า ปัจจุบันวิวัฒนาการการผ่าตัดมดลูกด้วยวิธีการส่อง กล้องผ่านช่องท้องเป็นแบบ 3 รู โดยไม่ต้องเปิดหน้าท้องที่เป็นวิธีดั้งเดิม ทำให้คนไข้เจ็บตัวมาก พักฟื้นนานและเกิดแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ท้องของคนไข้
 
แต่เมื่อทราบข่าวว่าแพทย์ต่างประเทศสามารถผ่าตัดส่องกล้องรูเดียวได้สำเร็จ จึงคิดว่าแพทย์ต่างประเทศทำได้แพทย์ไทยก็ต้องทำได้ จึงเริ่มศึกษาค้นคว้าจนกระทั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้เริ่มผ่าตัดคนไข้รายแรก จวบจนปัจจุบัน  มีจำนวนคนไข้ทั้งสิ้น 12 ราย  ผ่ามดลูก 11 ราย และผ่าตัด  ปีกมดลูก 1 ราย ซึ่งคนไข้ที่ได้รับการรักษาทุกรายมีความพึงพอใจและมีความสุขมาก เพราะเจ็บตัวน้อย พักฟื้นเร็วนอนพักที่โรงพยาบาลเพียง 2 วันก็สามารถกลับบ้านได้และใช้ชีวิตตามปกติ ที่สำคัญหลังการผ่าตัดแทบจะ มองไม่เห็นแผลเพราะเล็กมากเป็นแผลซ่อนอยู่ในสะดือ เมื่อแผลหายจะมองไม่เห็นแผลเป็น    อีกด้วย
 
รายแรกที่หมอผ่านั้นต้องยอมรับว่ายากมากเพราะคนไข้มดลูกใหญ่และมีพังผืดเยอะ ใช้เวลาในการผ่าตัดอยู่ประมาณ 4 ชั่วโมงแต่ก็สำเร็จได้ด้วยดี ทำให้เราทราบว่าก่อนจะผ่าตัดนั้นต้องตรวจสอบกลุ่มคนไข้ก่อนว่ากลุ่มใดเหมาะที่จะใช้วิธีผ่าตัดแบบส่องกล้องรูเดียว เช่น ถ้าคนไข้มดลูกใหญ่เกินไปหรือคนไข้ที่มีพังผืดหนาหรือเยอะเกินไปก็ไม่ควรผ่า ควรใช้วิธีดั้งเดิมหรือส่องกล้องแบบ 3 รู เมื่อเราเริ่มชำนาญขึ้นทำให้การผ่าตัดคนไข้รายต่อไปใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว
 
สำหรับโรคที่คนไข้จะรับการรักษาด้วยการผ่าตัดนั้นก็ได้แก่ โรคเนื้องอกในมดลูก ถุงน้ำใน  รังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือที่เรารู้จักกันว่าช็อกโกแลตซีสต์ ซึ่งความแตกต่างระหว่างการผ่าตัดส่องกล้องแบบรูเดียวกับ 3 รู คือ  แบบ 3 รูจะมีแผลเป็น เป็นรู 3 รู คือ บริเวณตรงกลางสะดือ บริเวณท้องด้านซ้ายและขวา แต่แบบรูเดียวที่สะดือแทบจะมองไม่เห็น แผลเป็นเลย ทำให้การเจ็บแผลน้อยกว่า รวมทั้งมีโอกาสการเกิดพังผืดหลังผ่าตัดน้อยกว่า และที่สำคัญที่สุดคือ ความสวยงามซึ่งเป็นที่ยอมรับดีมากสำหรับคนไข้ที่รับการรักษา
 
ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดผ่านกล้อง เกิดขึ้นได้เหมือนการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องขึ้นกับพยาธิสภาพของโรคและความชำนาญของแพทย์ผ่าตัด ส่วนอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษานั้นต้องระมัดระวังอย่าให้อุปกรณ์ไปโดนกระเพาะปัสสาวะ ลำไส้หรือเนื้อเยื่ออื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง และข้อห้ามหลังจากการผ่าตัด คือ อย่ายกของที่มีน้ำหนักมากจนเกินไป รวมทั้งงดการมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 1 เดือน นอกนั้นสามารถรับประทาน อาหารและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
 
อย่างไรก็ตามการผ่าตัดมดลูกด้วยการส่องกล้องรูเดียวเป็นเทคนิคการผ่าตัดใหม่ซึ่งไม่ใช่คนไข้ทุกรายสามารถทำการผ่าตัดแบบนี้ได้ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาว่าคนไข้รายใดควรได้รับการรักษาด้วยวิธีใดจึงจะเหมาะสม
   
“ในอนาคตหมอเชื่อว่า วงการแพทย์ไทยจะสามารถพัฒนาการผ่าตัดผ่านกล้องให้เจริญรุดหน้ายิ่งขึ้น เพราะในปัจจุบันการส่อง กล้องผ่าตัดเป็นที่นิยมมากแต่ต้องอาศัยความรู้ความชำนาญอย่างมาก จึงอยากให้ทางแพทย์ไทยก้าวหน้าเทียบเท่ากับต่าง ประเทศไม่เช่นนั้นเราจะตามโลกอนาคตไม่ทัน ซึ่งโลกแห่งเทคโน โลยีนี้เครื่องไม้เครื่องมือ ทีมงานนั้นสำคัญ โดยเฉพาะแพทย์ไทยต้องร่วมกันทำวิจัยการผ่าตัดหรือศึกษาข้อมูลร่วมกัน ไม่ใช่อยู่ที่หมอเพียงคนเดียว ทุกอย่างต้องช่วยกันจึงจะสำเร็จ เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นประโยชน์ต่อคนไข้มากที่สุด”
 
นับจากนี้ไปสุภาพสตรีทั้งหลายที่เจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับมดลูก และกลัวการผ่าตัด คงคลายความกังวลกันลงไปบ้าง  เพราะวิวัฒนาการใหม่นี้จะช่วยให้เราเจ็บตัวน้อยลง พักฟื้นเร็วขึ้น ไม่ต้องเสียเวลานอนโรงพยาบาลหลายวัน ที่สำคัญจะไม่ทิ้งร่องรอยบาดแผลผ่าตัดให้เราได้เห็นจนขาดความมั่นใจอีกด้วย.

สรรหามาบอก
 
- มูลนิธิและชมรมโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย ร่วมกับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานชมรมโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 20 และ   “วันผู้ป่วยธาลัสซีเมียโลก” ครั้งที่ 8 ในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 08.00-14.00 น. ณ ห้องเฉลิมพรหมมาส อาคาร อปร. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ภายในงานมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้และตอบปัญหาเรื่องธาลัสซีเมียแก่  ผู้ป่วย รวมทั้งให้คำปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับธาลัสซีเมียและสุขภาพทั่วไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2439-4600 ต่อ 8202 หรือ 08-1421-5249
 
- สถาบันปรับโครงสร้างร่างกายอริยะ ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานเสวนาเพื่อสุขภาพ “Ariya of Life” ในหัวข้อ “สร้างสมดุลให้ร่างกาย ต้านภัย อัมพฤกษ์ อัมพาต ตัดขาดอัลไซเมอร์” พบกับนักกายภาพผู้เชี่ยวชาญที่จะมาให้คำแนะนำเรื่องสุขภาพและโครงสร้างร่างกาย ที่ชั้น 4 ห้องประชุมตึกคิว เฮ้าส์ ลุมพินี ในวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2552 เวลา 13.00 น. สำรองที่นั่งฟรี! โทร. 0-2677-7166
 
- มูลนิธิโรคหืดแห่งประเทศไทย ร่วมกับชมรมผู้ป่วยโรคหืด ขอเชิญร่วมงาน “วันหืดโลก”ภายในงานพบกิจกรรม อาทิ นิทรรศการความรู้เกี่ยวกับโรคหืด วัดอายุปอดด้วยเครื่องเทคโนโลยีทันสมัย การจัดอภิปรายให้ความรู้เรื่อง “นานาสาระเครื่องพ่นยาในผู้ป่วยโรคหืด” และ “นานาสาระโรคหืดในเด็ก” ในวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2552 เวลา 12.00-16.00 น. ณ ห้องคริสตัล ชั้น 2 โรงแรมตวันนา ถนนสุรวงศ์ สนใจสอบถามและสำรองที่นั่งฟรี ได้ที่ โทร. 0-2617-0649, 08-6535-0872.

กิน 'มะเขือเทศราชินี' ต้านมะเร็ง
 
มะเขือเทศมีหลายสายพันธุ์ ในทางพฤกษศาสตร์นั้น มะเขือเทศ คือ ผลไม้ชนิดหนึ่ง แต่ทางด้านอาหาร เรามักกินมะเขือเทศเป็นผัก เพราะเข้าใจว่าผลไม้ต้องมีรสหวาน แต่มะเขือเทศนั้นมีรสค่อนข้างเปรี้ยว ทำให้แต่ไหนแต่ไรมา เรามักกินมะเขือเทศเป็นผักเหมือน ๆ กับที่กินแตงกวา โดยท่านทราบหรือไม่ว่าการรับประทานมะเขือเทศนั้นนอกจากจะทำให้ผิวพรรณสวยเปล่งปลั่งอมชมพูแล้ว ยังสามารถช่วยต้านโรคมะเร็งต่าง ๆ ได้อีกด้วย
 
มะเขือเทศราชินี หรือมะเขือเทศเชอรี่ เป็นพืชล้มลุกวงศ์มะเขือ หนึ่งในสายพันธุ์ของมะเขือเทศ มีลำต้นตั้งตรง ลักษณะเป็นพุ่ม ใบมีขนาดไม่เท่ากัน บางใบเล็กรียาว บางใบกลมใหญ่ปลายแหลม ขอบใบเป็นหยักลึกคล้ายฟันเลื่อยและดอกเป็นช่อหรือดอกเดี่ยวมีสีเหลือง กลีบเลี้ยงสีเขียว สำหรับผลเป็นผลเดี่ยว มีขนาดรูปร่างและสีต่างกัน ทั้งกลมหรือกลมรี เปลือกบางเป็นมัน ถ้าผลดิบมีสีเขียวหรือเขียวอมเทา เมื่อสุกจะมีสีเหลือง สีส้ม หรือสีแดง เนื้อภายในฉ่ำด้วยน้ำมีรสอมเปรี้ยว รับประทานกับพริกเกลือจะได้รสชาติอร่อยกลมกล่อม
  
อาจารย์สง่า ดามาพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ กรมอนา มัยและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้ความรู้ว่า มะเขือเทศเกือบทุกชนิดมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเราจึงเรียกมะเขือเทศว่า “อาหารเพื่อสุขภาพ” โดยมะเขือเทศราชินี ที่อยู่ในกลุ่มของผักผลไม้   สีแดง ซึ่งมีวิตามินซีและสารเบต้าแคโรทีน  สูงมาก สารพวกนี้เป็นกลุ่มของสารอาหารที่ช่วยกำจัดและต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่จะเกิดขึ้น  กับร่างกายมีผลทำให้เซลล์ทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีน จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วย
 
มะเขือเทศราชินี มีเส้นใยอาหารหรือไฟเบอร์ เป็นสารประกอบที่ไม่ย่อยและดูดซึม เกาะเป็นก้อนอมน้ำ มีน้ำหนัก เมื่อผ่านลำไส้ กระเพาะอาหาร จะไปกวาดและดึงเอาสารก่อมะเร็ง ไขมัน สารพิษน้ำตาล ที่อยู่ระหว่างมื้อลากออกไปไว้ในลำไส้ใหญ่และตอนเช้าเราก็จะถ่ายออกไปทางอุจจาระ ดังนั้น การรับประทานมะเขือเทศราชินี จึงมีประโยชน์เพราะช่วยในการยับยั้งไม่ให้เกิดอนุมูลอิสระ โอกาสที่จะเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่าง ๆ ก็ลดลง
 
นอกจากนี้มะเขือเทศยังไม่มีไขมัน และคอเลสเตอรอลที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ จึงลดความเสี่ยงในการเกิดโรคพวกนี้ได้รวมทั้งมีวิตามินเอ ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นต้อกระจก ทำให้มีสายตาดี อย่างไรก็ตาม อาจารย์สง่า แนะนำเพิ่มเติมว่า เราควรหมั่นรับประทานอาหารสลับสับเปลี่ยนกันไปให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ จะได้ไม่ขาดสารอาหารและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ. 




แสดงความคิดเห็นบน facebook
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกนะครับ
สมัครสมาชิก

Post at: วันที่ 10 ก.ค 2553 เวลา 01:19:31
Back to Top