โดยตัวย่อบอกเวลา AM - PM จะขึ้นหลังตัวเลขบอกเวลาในนาฬิกาเมื่อถึงช่วงเวลานั้น สำหรับ
AM
จะใช้กับเวลาตั้งแต่เที่ยงคืนถึงเที่ยงวัน ส่วน
PM
จะใช้กับเวลาตั้งแต่เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน เช่น หากเป็นเวลา
8
โมงเช้าจะขึ้น
AM
แต่ถ้าเป็นเวลาสองทุ่มนาฬิกาจะชี้หรือบอกเวลาเป็นเลข
8
เหมือนกันกับตอนเช้าแต่จะขึ้นสัญลักษณ์เป็น
PM
แทน
การบอกเวลาแบบ
12
ชั่วโมงนี้เป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา บางประเทศในอเมริกาใต้ที่ใช้ภาษาสเปน ในแอลเบเนีย และกรีซ แต่ก็ใช่ว่าประเทศข้างต้นจะใช้คำย่อ
AM
และ
PM
แบบสหรัฐอเมริกาทั้งหมด
อย่างในแอลเบเนียจะใช้ตัวย่อว่า
PD
และ
MD
ตามคำย่อในภาษาแทน ส่วนประเทศที่ไม่มีการระบุคำย่อดังกล่าวก็มักจะใช้ตามอย่างสหรัฐอเมริกา สำหรับที่มาที่ไปของการบอกเวลาแบบ
12
ชั่วโมงนั้น ชาวอียิปต์เป็นผู้ริเริ่ม แต่ในสมัยนั้นเวลาในช่วงครึ่งวันก็ไม่เป็นที่แน่นอนขึ้นอยู่กับฤดูกาล แต่ก็แบ่งครึ่งวันออกเป็นช่วงค่ำจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น และอีกครึ่งวัน คือ ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก
ครั้นในยุคโรมันก็ยังคงใช้การบอกเวลาแบบ
12
ชั่วโมง โดยในเวลากลางวันแบ่งเป็น
12
ช่วง ช่วงละ
1
ช่วงโมง โดยใช้นาฬิกาแดดเป็นตัววัด แต่เวลากลางคืนจะแบ่งเวลาออกเป็น
3
ช่วง ช่วงละ
3
ชั่วโมง ทำให้ในยุคดังกล่าวยังไม่มีการกำหนดเวลา
1
ช่วงตรงกับ
1
ชั่วโมงในปัจจุบัน บางช่วงอาจสั้นหรือยาวกว่า
1
ชั่วโมงก็เป็นได้
นอกจากนี้ การบอกเวลาแบบ
12
ชั่วโมง ยังมีปัญหาระหว่างเวลาเที่ยงวันกับเที่ยงคืน ซึ่งหากมองนาฬิกาแบบเข็มแล้วจะเห็นว่า ชี้ไปที่เลข
12
เหมือนกัน แต่ถ้าหากเป็นการบอกเวลาแบบตัวเลขจะเกิดปัญหาในทันที ทำให้ไม่รู้ได้ว่าเป็นเวลาเที่ยงวันหรือเที่ยงคืน ทำให้การบอกเวลาแบบ
24
ชั่วโมง นำมาใช้แก้ปัญหาดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังมีการใช้สัญลักษณ์แทนเช่น
12.00 N
แทนเวลาเที่ยงวัน และ
12.00 M
แทนเวลาเที่ยงคืน แต่ก่อนหน้านี้ก็เคยมีการใช้
12.00 M
สำหรับเวลาเที่ยงวัน (ภาษาละติน
meridiem
)
และ
12.00 MN
สำหรับเที่ยงคืน (ภาษาละติน
meridiem nocte
) ทำสับสนเป็นอย่างมาก จึงมีผู้คิดค้นใหม่ ให้ใช้
12.00
แทนเที่ยงวัน และ
00.00
แทนเวลาเที่ยงคืน ทำให้ปัญหาดังกล่าวคลี่คลายไปได้ด้วยดี....